คำถามที่พบบ่อย

ทีมงาน Jitta พร้อมช่วยคุณบรรลุทุกเป้าหมายด้านการลงทุน

Jitta Wealth คืออะไร

Jitta Wealth คืออะไร ให้บริการอะไร

Jitta Wealth คือเทคโนโลยีบริหารจัดการพอร์ตแบบอัตโนมัติ ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้ลงทุนแบบเน้นคุณค่า เหมือนที่นักลงทุนระดับโลกอย่างเบนจามิน เกรแฮม และวอร์เรน บัฟเฟตต์ นำมาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ เทคโนโลยีของเราจะช่วยคุณประหยัดเวลาวิเคราะห์หุ้น เลือกหุ้น จัดพอร์ต กระจายความเสี่ยง และปรับพอร์ต นอกจากจะลงทุนได้สะดวกมากขึ้นแล้ว ยังสบายใจด้วยว่าคุณจะได้รับผลตอบแทนระยะยาวที่ดี มีกำไรสะสมเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

Jitta Wealth น่าเชื่อถือแค่ไหน

Jitta Wealth เป็นบริการหนึ่งของ Jitta ผู้พัฒนาเทคโนโลยีวิเคราะห์หุ้นตามหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 Jitta ได้พัฒนาสูตรจัดอันดับหุ้นตามหลัก “ลงทุนในบริษัทที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่เหมาะสม” ที่รู้จักกันในชื่อ Jitta Ranking การลงทุนตามอันดับต้น ๆ ของ Jitta Ranking ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าให้ผลตอบแทนที่ชนะดัชนีในระยะยาว และมีนักลงทุนทำกำไรจากการซื้อขายหุ้นตาม Jitta Ranking ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ มาแล้ว ซึ่ง Jitta Wealth ก็มาช่วยให้การลงทุนตาม Jitta Ranking สะดวกง่ายดายขึ้นกว่าเดิม

Jitta วิเคราะห์หุ้นของตลาดหลัก 7 ประเทศ และมีแผนขยายไปประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ที่ผ่านมา Jitta ได้ร่วมงานกับหน่วยงานและองค์กรชั้นนำต่างๆ มากมาย อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย Money Channel สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า และ Securities Investors Association (SIAS) ประเทศสิงคโปร์ การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ Jitta ส่งผลให้ในปีพ.ศ. 2559 ทีผ่านมา Jitta ได้รับรางวัล Startup of the Year จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

Jitta Wealth ดีกว่าลงทุนด้วยตนเองตาม Jitta Ranking อย่างไร

แม้ว่ารายชื่อหุ้นที่น่าลงทุนบน Jitta Ranking จะเปิดให้นักลงทุนทุกคนเข้ามาดู และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเพื่อลงทุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามหลักการที่เราได้อธิบายไว้อย่างละเอียดใน Library

แต่การซื้อขายหุ้นของ Top Jitta Ranking 30 ตัวเป็นประจำทุกปี พร้อมรักษาสัดส่วนพอร์ตให้คงอยู่ที่ 3-4% ทุกครั้งที่ปรับพอร์ตหรือถอนทุนอย่างมีวินัยเช่นนี้ไปตลอดในระยะยาวแล้ว อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับนักลงทุนที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือวินัยเพียงพอ

การลงทุนกับ Jitta Wealth จึงช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายและสะดวกกว่า ดังนี้

1. มีหลักการที่ชัดเจนและวินัยอย่างสม่ำเสมอ
Jitta Wealth นำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการการลงทุนอย่างเป็นระบบ ทำให้การลงทุนของคุณเป็นไปตามหลักและวินัยการลงทุนที่ถูกต้องเหมาะสม ปราศจากอคติ ความลังเล และความรู้สึกหวั่นไหว ไม่มั่นใจ ที่นักลงทุนโดยทั่วไปต้องเผชิญ จนหลายๆ ครั้งต้องเสียโอกาสในการลงทุนไปอย่างน่าเสียดาย ไม่ว่าคุณจะลงทุน 5 ปี หรือ 25 ปี การลงทุนของคุณจะเป็นไปตามหลักการและวินัยที่ดีไม่เปลี่ยนแปลง

2. สะดวกสบายไม่ต้องลงแรง
การลงทุนเองต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ ดูแลและติดตามอย่างมาก เพราะหากคุณลงทุนตาม Jitta Ranking ด้วยตนเอง นอกเหนือจากการซื้อหุ้น Top Jitta Ranking แล้วคุณอาจมีการดำเนินการอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนและวุ่นวายอีก

เช่น หากคุณต้องการเพิ่มทุน คุณจะต้องซื้อหุ้นตาม Jitta Ranking ของวันที่เพิ่มทุน ซึ่งจะเป็นหุ้นคนละชุดกับที่ลงทุนครั้งแรก เท่ากับว่าปีหนึ่ง คุณจะต้องปรับพอร์ตหุ้นถึง 2 ครั้ง ยิ่งมีการเพิ่มทุนมากครั้งขึ้น คุณก็ยิ่งต้องคอยติดตามกำหนดวันและหุ้นชุดที่ต้องปรับพอร์ตอย่างเคร่งครัด

ในทางตรงกันข้าม หากคุณต้องการถอนทุนบางส่วน ก็จำเป็นต้องปรับพอร์ตทั้งหมด เพื่อนำเงินจำนวนที่ต้องการออกมา และให้หุ้นที่เหลือคงสัดส่วน 3-4% ของพอร์ตเหมือนเดิม จึงต้องผ่านการคำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนการถอนทุนแต่ละครั้ง

การจัดการตรงนี้ค่อนข้างละเอียดซับซ้อน ซึ่งต้องใช้เวลาและความละเอียดรอบคอบสูงหากคุณลงทุนเอง แต่ Jitta Wealth มีเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาช่วยในกระบวนการทั้งหมด เพื่อทำงานอย่างเป็นระบบและขจัดข้อผิดพลาด

3. โอกาสการลงทุนทั่วโลก
นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในต่างประเทศ ตามปกติจะต้องฝ่าด่านเอกสารมากมาย ต้องวิเคราะห์หุ้นในภาษาต่างชาติ ต้องทำความเข้าใจกฎหมายด้านการลงทุน และระบบภาษีที่ชวนสับสน Jitta Wealth ช่วยอำนวยความสะดวกสูงสุด เพราะคุณไม่ต้องเปิดพอร์ตลงทุนต่างประเทศด้วยตนเองแยกต่างหาก

Jitta Wealth ต่างจาก Robot Trade หรือ Algo Trade อย่างไร

ถึงแม้ Jitta Wealth จะเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารพอร์ตการลงทุน และทำการซื้อขายโดยอัตโนมัติคล้ายกับ Robot Trade แต่การพัฒนาโปรแกรมและกระบวนการทั้งหมดยังคงยึดมั่นในหลักการลงทุนแนวเน้นคุณค่าของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ลงทุนหุ้นดีราคาถูกที่น่าลงทุนที่สุด

ประกอบกับแนวคิดของการลงทุนแบบ Passive Investment ทำให้การเทรดด้วยเทคโนโลยีของ Jitta Wealth แตกต่างออกไป คือจะมีการปรับพอร์ตทุก 1 ปี เท่านั้น ไม่มีการ cut loss หรือซื้อๆ ขายๆ ระหว่างปี เพื่อให้หุ้นที่เราได้เลือกเฟ้นมาแล้วทำงานได้อย่างเต็มที่ในช่วง Business Cycle

จากการที่คุณมีหุ้นดีราคาถูกอยู่ในมือแล้ว แม้ว่าตลาดจะผันผวนเท่าไหร่ คุณก็ยังถือหุ้นต่อไปได้อย่างมั่นใจ เพราะธุรกิจที่คุณถืออยู่นั้นเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง หากมีวิกฤตก็จะมีโอกาสที่จะผ่านพ้นและกลับมาดีได้เร็วกว่าหุ้นอื่น หรือหากเกิดเหตุไม่คาดฝันใดๆ ขึ้น ที่ส่งผลให้หุ้นที่คุณถือตัวใดตัวหนึ่งติดลบ คุณก็ยังสบายใจได้ เพราะพอร์ตของคุณมีการกระจายความเสี่ยงซื้อหุ้นจำนวน 30 ตัว แต่ละตัวจะมีนำ้หนักประมาณ 3-4% ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อพอร์ตโดยรวมได้เลย

นอกจากนี้การถือยาว 1 ปีแล้วปรับพอร์ต ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย เพราะเราได้พิสูจน์แล้วว่าการซื้อขายบ่อยไม่ได้การันตีว่าคุณจะทำกำไรได้มากขึ้น ยิ่งเมื่อคุณเลือกหุ้นดีๆ เข้ามาในพอร์ตแล้ว การซื้อขายเพื่อทำกำไรระยะสั้น อาจจะทำให้คุณเสียโอกาสในระยะยาวที่ดีกว่าได้ ดังนั้นการที่ Jitta Wealth ซื้อขายหุ้นปีะละครั้ง นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรสูงสุดในระยะยาวแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย ซึ่งก็จะกลับมาเป็นผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้นของคุณด้วย

Jitta Wealth เหมาะสำหรับใคร

Jitta Wealth ตอบโจทย์นักลงทุนที่ไม่มีเวลา ไม่ต้องการจัดการเองให้ยุ่งยาก และต้องการลงทุนระยะยาว 5 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะลงทุนเพื่อลูก วางแผนการเกษียณ หรือออมเงินในหุ้น โดยมีเทคโนโลยีคอยบริหารจัดการให้ตามหลักการลงทุนที่ถูกต้องและยั่งยืน เพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีตลาดบนความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า เป็นการลงทุนแนว passive investment ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าให้ผลตอบแทนดีกว่า

ขั้นตอนลงทุนกับ Jitta Wealth

ลงทุนเริ่มต้นเท่าไหร่

ขั้นต่ำสำหรับเริ่มต้นลงทุนในประเทศไทยจะอยู่ที่ 1 ล้านบาท เพิ่มหรือถอนทุนขั้นต่ำครั้งละ 1 แสนบาท ส่วนต่างประเทศจะเริ่มลงทุนที่ 3 ล้านบาท เพิ่มหรือถอนทุนขั้นต่ำครั้งละ 3 แสนบาท

เนื่องจากว่าต้องกระจายความเสี่ยงไปซื้อหุ้น 30 ตัว ทำให้เงินลงทุนที่ต่ำว่า 1 ล้านบาทกระจายได้ยาก และไม่ค่อยคุ้มกับค่าธรรมเนียมที่ต้องเสีย

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการลงทุนด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 1 ล้าน สามารถลงชื่อรอใช้งานได้ที่นี่ https://wealth.jitta.com/waiting-list หรือคุณสามารถเริ่มต้นลงทุนตามหลักการเดียวกับที่ Jitta Wealth ใช้บริหารพอร์ตได้ โดยดูวิธีการลงทุนได้ที่นี่ bit.ly/JRhowtoinvest

หรือจะเลือกลงทุนแบบ passive investing ที่มีหลักการคล้ายๆ กับ Jitta Wealth ได้ในกองทุนดัชนี SET50 ซึ่งมีหลาย บลจ. ให้บริการ คุณสามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก เพื่อผลตอบแทนใกล้เคียงตลาด ให้เงินสะสมทบต้นไปเรื่อยๆ เมื่อครบ 1 ล้านเมื่อไหร่ สามารถย้ายมาที่ Jitta Wealth เพื่อเริ่มสร้างผลตอบแทนชนะตลาดได้

ลงชื่อรอใช้งานแล้ว Jitta Wealth จะเริ่มให้บริการเมื่อไหร่

เมื่อคุณได้ลงชื่อรอใช้งานแล้วที่นี่แล้ว https://wealth.jitta.com/waiting-list จะมีอีเมลส่งจาก wealth@jitta.com เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน Jitta Wealth และการสมัครเปิดบัญชี

หากคุณใช้อีเมลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Gmail อาจจะมีกรณีที่ไม่ได้รับอีเมล หรืออีเมลอาจจะตกอยู่ในกล่อง spam หรือ junk mail

กรณีคุณยังไม่ได้รับอีเมลตอบกลับใดๆ คุณสามารถติดต่อทีมงานได้ที่ 02-026-3707 หรือไลน์ @jittaway เพื่อรับข้อมูลและสอบถามเพิ่มเติม

เป็นสมาชิก Jitta.com ต้องสมัครบัญชี Jitta Wealth อีกหรือไม่

ขณะนี้ระบบการเข้าดูข้อมูล Jitta.com กับ Jitta Wealth เป็นคนละระบบกัน

ดังนั้นผู้ใช้งาน Jitta.com เพื่อดูข้อมูลการวิเคราะห์หุ้น สำหรับนำไปตัดสินใจเพื่อลงทุนนั้น จะต้องเข้าผ่านเว็บ jitta.com จากอุปกรณ์ได้ก็ได้ ซึ่งข้อมูลนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

แต่หากคุณต้องการใช้บริการ Jitta Wealth ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบริหารจัดการพอร์ตแบบอัตโนมัติ คุณสามารถลงชื่อรอใช้งานที่นี่

การลงทุนต่างประเทศ

Jitta Wealth เปิดให้ลงทุนในประเทศอะไรบ้าง

Jitta Wealth เปิดให้ลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ด้วยจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ 3 ล้านบาทต่อประเทศ เพิ่มหรือถอนทุนขั้นต่ำครั้งละ 300,000 บาท สมัครเปิดบัญชีได้ที่นี่

เรามีแผนที่จะเปิดประเทศอื่นๆ เพิ่ม หากคุณมีประเทศแนะนำสามารถส่งมาได้ที่ wealth@jitta.com

ลงทุนหลายประเทศพร้อมกันได้หรือไม่

คุณจะลงทุนกี่ประเทศพร้อมกันก็ได้ เพียงกรอกเอกสารเปิดบัญชีครั้งเดียว แล้วเลือกเปิดพอร์ตประเทศที่คุณต้องการ โดยพอร์ตการลงทุนในแต่ละประเทศจะแยกจากกันโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้บัญชีเดียวของคุณ สมัครเปิดบัญชีได้ที่นี่

ลงทุนประเทศไหนดีกว่ากัน

การเลือกลงทุนในประเทศใดนั้นขึ้นอยู่ว่านักลงทุนมีความรู้และเข้าใจสภาวะตลาด และความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละคน เพราะตลาดในประเทศต่างๆ ก็มีจุดแข็งและจุดด้อยแตกต่างกันไป เช่น ตลาดสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยหุ้นจำนวนกว่า 4,800 ตัว และมีธุรกิจที่แข็งแกร่งระดับคะแนน Jitta Score 8-9 เยอะกว่าตลาดอื่นๆ นอกจากนี้หลายๆ ธุรกิจก็มีความสามารถขยายฐานลูกค้าไปได้ทั่วโลก ทำให้หุ้นดีมีมากและราคาถูกให้เลือกเยอะกว่าตลาดอื่นๆ (ดูอันดับหุ้นดีราคาถูกของสหรัฐฯ)

แต่หากดูตามอัตราส่วนที่ใช้วัดกันว่าตลาดไหนน่าลงทุนมากกว่ากัน หรือที่เรียกว่า Buffett Indicator คือเอามูลค่าตลาดโดยรวมหารด้วย GDP ของประเทศ (market capitalization/GDP) จะพบว่ามูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2017 สูงถึง 147% ของ GDP หมายความว่าตลาดแพงเกินไปมาก ในขณะที่ประเทศเวียดนามอยู่ที่ 52% ซึ่งค่อนข้างถูก และไทยที่ 116% เริ่มแพงนิดๆ หากดูตามเกณฑ์นี้ ก็อาจจะพูดได้ว่าประเทศเวียดนามนั้นน่าลงทุนที่สุด เพราะตลาดยังถูกอยู่ และมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก (ดูอันดับหุ้นดีราคาถูกเวียดนาม)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดเวียดนามจะเติบโตไปในทุกด้าน แต่การลงทุนก็ยังมีความผันผวนค่อนข้างสูง กฎระเบียบบางอย่างยังไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการลงทุนมากนัก การซื้อขายหุ้นของต่างชาติยังทำได้จำกัด เพราะมี foreign limit และหุ้นหลายตัวยังขาดสภาพคล่อง อีกทั้งเศรษฐกิจมีการขับเคลื่อนโดยเงินลงทุนต่างชาติเป็นหลัก หากคุณสนใจการลงทุนในประเทศเวียดนาม ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดเวียดนามได้จากคลิป The Jitta Way Live นี้

ลงทุนต่างประเทศต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

คุณสามารถขอคืนเครดิตภาษีได้ตามปรกติ ส่วนของภาษีที่ต้องเสียจะแตกต่างกันแล้วแต่ประเทศที่ไปลงทุน ดังนี้

สหรัฐอเมริกา
การลงทุนที่สหรัฐอเมริกาในฐานะบุคคลที่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศ คุณจะต้องเสียภาษีเงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย 30% แต่กำไรส่วนต่างที่ได้จากการซื้อขายหุ้นจะไม่ถูกคิดภาษี capital gain ในสหรัฐฯ และหากวันที่ขายหุ้นกับวันที่นำเงินกลับมาประเทศไทยอยู่คนละปีปฏิทิน ก็จะไม่เสียภาษี capital gain ในประเทศไทยตามกฏหมายเช่นกัน

เวียดนาม
การลงทุนที่เวียดนามในฐานะบุคคลที่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศ รายได้จากการลงทุนที่มาในรูปดอกเบี้ยรับ ส่วนลดรับ ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แต่กำไรส่วนต่างที่ได้จากการซื้อขายหุ้นจะไม่ถูกคิดภาษี capital gain ในเวียดนาม และหากวันที่ขายหุ้นกับวันที่นำเงินกลับมาประเทศไทยอยู่คนละปีปฏิทิน ก็จะไม่เสียภาษี capital gain ในประเทศไทยตามกฏหมายเช่นกัน

การลงทุนต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรบ้าง

สำหรับการลงทุนต่างประเทศจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมโอนเงินไปต่างประเทศ 1,000 บาทต่อครั้ง และจะมีค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน โดยประเทศสหรัฐจะอยู่ที่ 0.2% (ขั้นต่ำ US$17 ต่อหุ้น) และประเทศเวียดนาม 0.3% (ขั้นต่ำ ₫850,000 ต่อหุ้น)

Jitta ทำประกันค่าเงิน (hedge) หรือไม่

การลงทุนกับ Jitta Wealth จะไม่มีการทำประกันค่าเงิน เนื่องจากในระยะยาวแล้ว ค่าเงินแทบจะไม่มีผลกระทบต่อกำไรโดยรวมที่คุณจะได้รับ ผลตอบแทนระยะยาวจะขึ้นอยู่กับหุ้นที่คุณเลือกและการจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมมากกว่า

นอกจากนี้ การทำประกันค่าเงินนั้นมีค่าใช้จ่ายรายปี ที่คุณต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทำให้ต้นทุนการลงทุนสูงขึ้น แต่ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะช่วยให้คุณได้รับผลประโยชน์ (หากเงินไทยอ่อนตัว) หรือเสียประโยชน์ (หากเงินไทยแข็งค่าขึ้น) กันแน่ ดังนั้นการไม่ทำประกันค่าเงิน และเน้นถือหุ้นดีราคาถูกระยะยาว จึงเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ใช้อัตราแลกเปลี่ยนใดในการแลกเงิน

เราจะแลกเงินลงทุนของคุณเป็นเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษที่ดีกว่าอัตราทั่วไป ผ่าน Standard Chartered ก่อนที่จะนำเงินจำนวนนั้นไปลงทุน หากคุณลงทุนในประเทศเวียดนาม เงินดอลล่าร์สหรัฐฯ จะถูกเปลี่ยนเป็นเงินดงเพื่อนำไปลงทุน ในกรณีถอนเงินลงทุนในเวียดนาม เงินลงทุนจะลูกเปลี่ยนจากเงินดง เป็นดอลล่าร์สหรัฐฯ ก่อนเปลี่ยนกลับเป็นเงินบาทไทย

Jitta Wealth ลงทุนอย่างไร

Jitta Wealth มีกลยุทธ์การลงทุนให้เลือกกี่รูปแบบ

ในเบื้องต้น Jitta Wealth จะเน้นกลยุทธ์การลงทุนตาม Top Jitta Ranking โดยจะเลือกหุ้นที่อยู่ลำดับสูงของวันนั้นๆ และลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30 ตัว ซึ่งกลยุทธ์นี้ได้รับการพิสูจน์ผลตอบแทนย้อนหลังชนะดัชนีตลาดมาตั้งแต่ปี 2009 และจะถูกใช้ในการลงทุนในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา และประเทศเวียดนามด้วย

นโยบายการลงทุนของ Jitta Wealth เป็นอย่างไร

การลงทุนกับ Jitta Wealth คือการลงทุนใน Jitta Ranking ตามหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นลงทุนในกิจการที่ดีในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม ซึ่งก็คือกลุ่มหุ้น Jitta Ranking 50 อันดับแรก กลุ่มหุ้นนี้คัดเลือกมาจากการจัดอันดับหุ้นทั้งตลาดของแต่ละประเทศ เช่นตลาด SET และ MAI ของประเทศไทย หรือตลาด NYSE และ NASDAQ ของประเทศสหรัฐอเมริกา

จากนั้น Jitta Wealth จะเลือกหุ้นที่คุณลงทุนได้ตามลำดับ Jitta Ranking ไม่เกิน 30 ตัว ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินลงทุน กลยุทธ์ และข้อจำกัดด้านการลงทุนของคุณ (ถ้ามี) โดยเราจะเฉลี่ยเงินลงทุนในหุ้นแต่ละตัวเท่าๆกัน (equal weight) เพื่อให้เกิดความหลากหลายและมีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมที่สุด

Jitta Wealth จะปรับพอร์ตให้คุณเมื่อลงทุนไปครบ 365 วัน หรืออย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 90 วัน ทุกครั้งที่ปรับพอร์ต เราจะซื้อและขายหุ้นอย่างเป็นระบบ ให้คุณได้ถือหุ้นตรงตามรูปแบบการลงทุนที่วางแผนไว้ข้างต้น

หากคุณเพิ่มเงินลงทุนกับ Jitta Wealth เราจะนำเงินลงทุนที่เพิ่มมาในแต่ละครั้งไปลงทุนตามหลักการข้างต้นเสมือนเป็นการลงทุนรอบใหม่ ดังนั้น ถ้าคุณถอนเงินลงทุนบางส่วน ระบบจะขายหุ้นในพอร์ตเฉลี่ยทุกหุ้นตามรอบการลงทุนแบบ first in first out คือรอบที่ลงทุนก่อนก็จะถูกขายก่อน และปรับให้พอร์ตคงสัดส่วนการลงทุนในแต่ละหุ้นให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด

ทำไมต้องลงทุน 30 หุ้น

เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักลงทุนว่า ความเสี่ยงของหุ้นรายตัว (unsystematic risk) นั้นสามารถกำจัดได้โดยการกระจายความเสี่ยงหรือ diversification อย่างเหมาะสม หากคุณซื้อหุ้น 30 ตัว โดยให้นำ้หนักหุ้นแต่ละตัวเท่าๆ กัน คุณจะสามารถลดความเสี่ยงดังกล่าวไปได้ถึง 80% และการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (backtest) ของเราก็ยืนยันกว่าการลงทุนในหุ้น 30 ตัวนั้นเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด เพราะนอกจากพอร์ตจะไม่ผันผวนมากแล้ว ยังให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดอีกด้วย (ดูผลตอบแทนย้อนหลังของ Jitta Ranking Top 30)

ทั้งนี้ตลาดเวียดนามจะลงทุนในหุ้นไม่เกิน 20 ตัว เนื่องจากจะต้องเลือกหุ้นที่ยังมีส่วนที่ชาวต่างชาติสามารถซื้อและถือครองได้ (Foriegn Room) และมีสภาพคล่องเท่านั้น ทำให้ตัวเลือกหุ้นในลำดับต้นๆ มีน้อยลง

เลือกลงทุน 20 ตัว เหมือนพอร์ตน้องไอวี่ได้มั้ย

หากใครได้อ่าน blog บันทึกพอร์ตลงทุนของหนูไอวี่ ก็จะเกิดความสงสัยว่าทำไมจึงลงทุนในหุ้น 20 ตัวเท่านั้น เนื่องจากพอร์ตลงทุนของน้องไอวี่เป็นพอร์ตที่จะพิสูจน์ให้เห็นถึงหลักการของ Jitta Way ว่าใช้ลงทุนได้ผลจริงๆ จึงทดลองด้วยการลงทุน 20 ตัว เพราะน้องไอวี่สามารถรับความเสี่ยงและความผันผวนได้มากกว่า ทั้งยังตั้งใจลงทุนระยะยาวถึง 20 ปี

แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไป เราจะเลือกลงทุนให้ประมาณ 30 หุ้น ซึ่งในระยะยาวแล้วผลตอบแทนก็จะใกล้เคียงกัน แต่ผันผวนน้อยกว่า และการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (backtest) ของเราก็ยืนยันกว่าการลงทุนในหุ้น 30 ตัวนั้นกำลังเหมาะสมที่สุด เพราะนอกจากพอร์ตจะไม่ผันผวนมากแล้ว ยังให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดอีกด้วย (ดูผลตอบแทนย้อนหลังของ Jitta Ranking Top 30)

นักลงทุนทุกคนถือหุ้นเหมือนกันหรือไม่

แม้ทุกคนจะลงทุนตามกลยุทธ์เดียวกัน นั่นคือซื้อหุ้นไม่เกิน 30 ตัวแรกของ Jitta Ranking แต่เนื่องจาก Jitta Ranking นั้นเป็นการจัดอันดับหุ้นดีราคาถูกที่คำนวณจากปัจจัย 2 หลักสำคัญ คือ ต้องเป็นหุ้นที่พื้นฐานดี (Jitta Score สูง) และ มีราคาถูกกว่ามูลค่าที่เหมาะสม (ต่ำกว่า Jitta Line) หากหุ้นราคาแพงเกินไปก็จะมีอันดับบน Jitta Ranking ที่ตำ่ลง ในทางตรงกันข้ามหากราคาต่ำกว่ามูลราคาที่เหมาะสมมากๆ ก็จะขยับลำดับขึ้นมา

ดังนั้น Jitta Ranking จึงเปลี่ยนแปลงได้ทุกวันจากราคาที่ขึ้นลง ทำให้นักลงทุนแต่ละคนได้หุ้นเข้ามาในพอร์ตแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ลงทุน

Jitta Wealth ลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้าง

Jitta Wealth ลงทุนในหุ้นโดยตรง เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่า ในระยะยาวผลตอบแทนจากตลาดหุ้นสูงกว่าการลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ เช่น พันธบัตร เงินฝาก หรือทองคำ

ทำไม Jitta Wealth ไม่รอจังหวะลงทุน

เราเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครสามารถจับจังหวะตลาดได้ถูกต้องทุกครั้ง และยิ่งพยายามจับจังหวะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งพลาดโอกาสการลงทุนดีๆ ไป มากเท่านั้น สถิติในระยะยาวเองก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ตลาดหุ้นมีช่วงขาขึ้นมากกว่าช่วงขาลง เราจึงเน้นสร้างผลตอบแทนชนะตลาดหุ้นด้วยวินัยและความสม่ำเสมอในการลงทุน ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้จริง มากกว่าการจับจังหวะตลาด

ดูรายชื่อหุ้นที่จะซื้อได้ที่ไหน

รายชื่อหุ้นตาม Jitta Ranking สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน หากต้องการทราบว่า Jitta Wealth จะลงทุนในหุ้นอะไรให้คุณบ้าง คุณสามารถเข้าไปดูรายชื่อหุ้น Jitta Ranking ของวันนี้ได้ที่นี่ โดยนับลงจากซ้ายไปขวาจนครบ 30 ตัว

Jitta ปรับพอร์ตให้วันไหน

เราจะปรับพอร์ตให้คุณหลังลงทุนครบ 365 วัน โดยจะทยอยขายหุ้นที่ไม่ติดอยู่ในอันดับ Jitta Ranking ณ ปัจจุบันแล้ว และเปลี่ยนไปซื้อหุ้นที่ติด Jitta Ranking ตัวใหม่เข้ามาแทน ส่วนหุ้นที่ยังอยู่ใน Jitta Ranking เหมือนเดิม เราจะขายหุ้นบางส่วนออกไป เพื่อให้สัดส่วนของหุ้นในพอร์ตเท่าๆ กันทั้งหมด

Jitta Wealth จะปรับพอร์ตให้บ่อยแค่ไหน

กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ขณะนี้ จะปรับพอร์ตให้คุณปีละครั้ง เมื่อลงทุนไปครบ 365 วัน ระหว่างปีจะไม่มีการปรับพอร์ตใดๆ เพราะเราเชื่อมั่นว่าเราได้เลือกหุ้นทีดีในราคาที่เหมาะสมแล้ว ก็ปล่อยให้หุ้นได้แสดงผลงานตามวงจรธุรกิจให้ครบปี (4 ไตรมาส) แม้ตลาดหุ้นจะตก Jitta Wealth ก็จะยังคงถือหุ้นที่มีอยู่ต่อไปจนครบกำหนดปรับพอร์ต เพราะจริงๆ แล้วการ cut loss เป็นได้ทั้งการป้องกันเงินขาดทุน หรืออาจจะทำให้คุณพลาดโอกาสที่ดีไปก็ได้ Jitta Wealth จึงตัดเอาอารมณ์ที่เกี่ยวข้องตรงนี้ออกไป และลงทุนในหุ้นตลอด เพราะในระยะยาว การลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าทรัพย์สินอื่นๆ อยู่แล้ว

Jitta Ranking และผลตอบแทน

Jitta Ranking คืออะไร ทำงานอย่างไร

Jitta Ranking คือ การจัดอันดับหุ้นน่าลงทุนตามหลัก “ลงทุนในธุรกิจที่ดีในราคาที่เหมาะสม” โดยคำนวณจาก Jitta Score และ Jitta Line ของหุ้นเป็นหลัก Jitta มีการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลังของ Jitta Ranking มาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งสามารถเอาชนะดัชนีตลาดมาโดยตลอด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://library.jitta.com/th/ranking

Jitta Wealth ช่วยสร้างผลตอบแทนสูงกว่าได้จริงหรือ?

เมื่อคุณลงทุนกับ Jitta Wealth คุณกำลังลงทุนตามหลัก “ลงทุนในธุรกิจที่ดี ในราคาที่เหมาะสม” ซึ่งเป็นหลักการที่ทำให้วอร์เรน บัฟเฟฟต์ประสบความสำเร็จมหาศาล คุณจะได้เป็นเจ้าของหุ้น 10-35 ตัวแรกบน Jitta Ranking ประเทศไทย ที่ผ่านการวิเคราะห์และจัดอันดับโดยคำนึงถึงคุณภาพของธุรกิจ (Jitta Score) มูลค่าที่เหมาะสมของธุรกิจ (Jitta Line) และอัตราการเติบโตของธุรกิจเป็นสำคัญ จึงมั่นได้ว่ามูลค่าของธุรกิจจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆกับราคาหุ้นที่เติบโตสูงขึ้นเช่นกัน 

ทั้งหมดนี้เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นไปได้จริง ผ่าน การทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (backtest) ที่คุณสามารถคลิกไปดูได้ตลอดเวลา

Jitta ได้ทดสอบอะไรบ้าง เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่าจะทำกำไรได้

การทดสอบผลตอบแทนเป็นสิ่งที่ Jitta ทำมาตลอด 4 ปี ไม่ว่าจะเป็น backtest หรือ forward test และใน 1 ปีที่ผ่านมา เราก็ได้พัฒนาระบบเพื่อซื้อขายและจัดการพอร์ตการลงทุนแทนคุณ คุณจึงลงทุนตามหลักการลงทุนที่ถูกต้องได้ ตั้งแต่การเลือกหุ้น กระจายความเสี่ยง และปรับพอร์ต ได้ดีและเป็นระบบที่สุด

ค่าธรรมเนียม

Jitta Wealth มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง

ค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth มี 2 ประเภทหลักด้วยกัน ได้แก่

        1.    ค่าธรรมเนียมการบริหาร
                 a.   ค่าธรรมเนียมตามกำไร 10% คำนวณจากกำไรที่ทำเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละปี เมื่อไม่มีกำไรจะไม่คิดค่าธรรมเนียมประเภทนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับคุณมากที่สุด ค่าธรรมเนียมจะคิดทุกๆ สิ้นปี หรือเมื่อมีการปรับพอร์ต หรือถอนเงินลงทุน
                 b.     ค่าการจัดการ 0.5% ต่อปี คำนวณจากสินทรัพย์สุทธิในพอร์ต เป็นค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการด้านเอกสารต่างๆ

        2.    ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจริง
                 a.    ค่าธรรมเนียมซื้อขายสินทรัพย์ หรือ trading commission เป็นค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งจะชำระให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการ ค่าธรรมเนียมนี้จะไม่เกิน 0.10% ของมูลค่าการซื้อขายแต่ละครั้ง สำหรับการลงทุนในประเทศไทย ไม่เกิน 0.20% สำหรับการลงทุนในสหรัฐอเมริกา (ขั้นต่ำ US$17 ต่อหุ้น) และไม่เกิน 0.30% สำหรับการลงทุนในเวียดนาม (ขั้นต่ำ ₫850,000 ต่อหุ้น)
                       b.    ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ หรือ custodian fee จะเป็นการจ่ายค่าธรรมเนียมโดยตรงแก่ผู้รับฝากสินทรัพย์ คิดตามจริงที่อัตรา 0.10% ต่อปี

คลิกดูวิธีคิดค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth

Custodian คืออะไร ทำไมต้องมี

Custodian หรือผู้รับฝากสินทรัพย์ เป็นมาตรการคุ้มครองทรัพย์สินที่นักลงทุนจะนำไปให้บริษัทจัดการบริหารให้ โดยก.ล.ต.กำหนดให้บริษัทจัดการ แยกทรัพย์สินของลูกค้าออกไปฝากไว้กับ ผู้รับฝากสินทรัพย์ หรือ custodian ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ดูแล เก็บรักษา ติดตามสิทธิประโยชน์ของทรัพย์สินที่อยู่ในกองทุนส่วนบุคคลให้นักลงทุน

ทำไม Jitta Wealth จึงมีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำ

หน้าที่ของ Jitta Wealth นอกจากจะต้องบริหารเงินลงทุนของคุณให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดแล้ว ยังต้องส่งต่อผลตอบแทนนั้นให้คุณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผ่านการคิดค่าธรรมเนียมที่ยุติธรรม และต่ำมากๆ

คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการลงทุนนั้น ในระยะยาวจะเป็นค่าใช้จ่ายที่กลืนกินผลกำไรของคุณอย่างมหาศาล เช่น คุณลงทุน 1 ล้านบาท แล้วได้ผลตอบแทนเท่าตลาดหุ้น คือ 10% ต่อปี เงินก้อนนั้นจะกลายเป็น 117 ล้านบาท ในเวลา 50 ปี แต่คุณจะได้รับจากเงินก้อนนี้เพียง 41 ล้านบาท เพราะอีก 80 ล้านหรือประมาณ 75% นั้นหายไปกับค่าใช้จ่ายทบต้นนั่นเอง

คลิกดูตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth

High Watermark คืออะไร มีข้อดีอย่างไร

High watermark คือจุดสูงสุดเดิมของพอร์ตหลังหัก performance fee เรียกเก็บเมื่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของคุณ ณ วันคำนวณค่าธรรมเนียม สูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่นำไปคำนวณค่าธรรมเนียมครั้งล่าสุด (ได้กำไรเพิ่มขึ้นจากจุดที่เคยใช้คำนวณค่าธรรมเนียมครั้งที่แล้ว) แต่หากต่ำกว่าก็จะไม่มีการคำนวณค่าธรรมเนียมเลย ซึ่งเป็นผลดีสำหรับนักลงทุน เพราะจะเสียค่าธรรมเนียมเฉพาะส่วนของกำไรที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีเท่านั้น

ถ้าปีไหนขาดทุน Jitta Wealth จะไม่คิดค่าธรรมเนียมใช่หรือไม่

หากปีไหนตลาดหุ้นอยู่ในขาลง คุณไม่ได้รับผลตอบแทนหรือกำไรในปีนั้นๆ ค่าธรรมเนียมตามกำไร 10% จะถูกยกเว้นในปีนั้น แต่จะยังมีค่าการจัดการ 0.5% ต่อปี เพื่อนำไปพัฒนาระบบและเทคโนโลยีของเราให้คงประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มความมั่งคั่งของคุณ อย่างไรก็ตาม   คลิกดูวิธีคิดค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth