คำถามที่พบบ่อย

ทีมงาน Jitta พร้อมช่วยคุณบรรลุทุกเป้าหมายด้านการลงทุน

Jitta Wealth คืออะไร

Jitta Wealth คืออะไร ให้บริการอะไร

Jitta Wealth คือบริการกองทุนส่วนบุคคลที่จะบริหารจัดการเงินลงทุนให้คุณโดยอัตโนมัติ (automated value stock investment) ให้คุณได้ลงทุนตามหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ซึ่งเป็นแนวทางที่นักลงทุนระดับโลกอย่างเบนจามิน เกรแฮม และวอร์เรน บัฟเฟตต์ นำมาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ โดยไม่ต้องปวดหัวกับการวิเคราะห์หุ้น การจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง จัดสัดส่วนเงินทุนด้วยตนเอง เพราะเทคโนโลยีอัจฉริยะของ Jitta Wealth จะจัดการเรื่องเหล่านี้ให้คุณอย่างสม่ำเสมอ คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนระยะยาวที่ดี และมีกำไรสะสมเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อคุณเปิดบัญชี Jitta Wealth และโอนเงินเข้าบัญชีกองทุนส่วนบุคคลของคุณเอง บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.)​ ที่ได้รับอนุญาตจะรับมอบอำนาจจากคุณให้บริหารจัดการเงินจำนวนดังกล่าว โดย Jitta จะเลือกหุ้น กระจายความเสี่ยง ซื้อขายหุ้น ปรับพอร์ตหุ้นทั้งหมดให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่ตรวจสอบ เรียกดูข้อมูลการลงทุน ที่จะมีรายละเอียดทั้งหมด เช่น กำไร/ขาดทุน หุ้นที่อยู่ในพอร์ต และคุณสามารถฝากเงินให้ลงทุนเพิ่ม หรือขอถอนเงินลงทุนออกจากบัญชีกองทุนส่วนบุคคลของคุณเองได้ตลอดเวลา

Jitta Wealth น่าเชื่อถือแค่ไหน

Jitta ร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อบริหารจัดการเงินลงทุนให้คุณโดยเทคโนโลยีอัจฉริยะ คุณจึงอุ่นใจได้ว่าการลงทุนกับ Jitta Wealth นั้นถูกต้องและปลอดภัย โดยกรรมสิทธิ์ในหุ้นทั้งหมดอยู่ในชื่อของคุณ คุณจึงเป็นบุคคลเดียวที่สามารถออกคำสั่งถอนหรือโยกย้ายทรัพย์สินของคุณได้

Jitta Wealth เป็นบริการหนึ่งของ Jitta ผู้พัฒนาเทคโนโลยีวิเคราะห์หุ้นตามหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 Jitta ได้พัฒนาสูตรจัดอันดับหุ้นตามหลัก “ลงทุนบริษัทที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่เหมาะสม” ที่รู้จักกันในชื่อ Jitta Ranking

การลงทุนตามอันดับต้นๆ ของ Jitta Ranking ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าให้ผลตอบแทนที่ชนะดัชนีในระยะยาว และมีนักลงทุนทำกำไรจากการซื้อขายหุ้นตาม Jitta Ranking ในไทย สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ มาแล้ว ซึ่ง Jitta Ranking นี้เองเป็นหัวใจหลักของกลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ที่จะช่วยดูแลเงินลงทุน และสร้างความมั่งคั่งให้คุณอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ Jitta ยังมีบริการข้อมูล 7 ประเทศทั่วโลก และได้ร่วมงานกับหน่วยงานและองค์กรชั้นนำต่างๆมากมาย เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย Money Channel สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า และ Securities Investors Association (SIAS) ประเทศสิงคโปร์ การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ Jitta ส่งผลให้ในปี 2559 ทีผ่านมา Jitta ได้รับรางวัล Startup of the Year จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และรางวัล 2018 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards ด้าน Wealth Management

Jitta Wealth เปิดให้บริการมานานหรือยัง

Jitta Wealth เปิดให้บริการตั้งแต่กลางปี 2560 โดยเริ่มให้บริการเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนที่ใช้งาน Jitta.com และเริ่มขยายไปยังกลุ่มนักลงทุนอื่นๆ ที่สนใจการลงทุนกับ Jitta Wealth มากขึ้น

กว่าปีที่ผ่านมา Jitta ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนกว่า 800 คนและมีสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) แล้วร่วม 2,000 ล้านบาท

ส่วน Jitta.com ที่เน้นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่วิเคราะห์หุ้นในแนวพื้นฐานนั้น เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2555 โดยขณะนี้เรามีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก มีข้อมูลหุ้นที่ให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จาก 7 ประเทศ ทั้งไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ เวียดนาม ญี่ปุ่น ฮ่องกง สหราชอาณาจักร และจะเปิดเพิ่มอีก 9 ประเทศ ภายในปี 2018 นี้

มีคนลงทุนกับ Jitta Wealth เยอะไหม

ภายใน 1 ปีนับตั้งแต่เริ่มให้บริการ Jitta Wealth ก็มีนักลงทุนไว้วางใจให้ให้ Jitta Wealth ช่วยบริหารพอร์ตให้แล้วกว่า 1,200 ล้านบาท

Jitta Wealth ดีกว่าลงทุนด้วยตนเองตาม Jitta Ranking อย่างไร

แม้ว่ารายชื่อหุ้นที่น่าลงทุนบน Jitta Ranking จะเปิดให้นักลงทุนทุกคนเข้ามาดู และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเพื่อลงทุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามหลักการที่เราได้อธิบายไว้อย่างละเอียดใน Library

แต่การซื้อขายหุ้นของ Top Jitta Ranking 30 ตัวเป็นประจำทุกปี พร้อมรักษาสัดส่วนพอร์ตให้คงอยู่ที่ 3-4% ทุกครั้งที่ปรับพอร์ตหรือถอนทุนอย่างมีวินัยเช่นนี้ไปตลอดในระยะยยาวแล้ว อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับนักลงทุนที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือวินัยเพียงพอ

การลงทุนกับ Jitta Wealth จึงช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายและสะดวกกว่า ดังนี้

1. มีหลักการที่ชัดเจนและวินัยอย่างสม่ำเสมอ
Jitta Wealth นำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการการลงทุนอย่างเป็นระบบ ทำให้การลงทุนของคุณเป็นไปตามหลักและวินัยการลงทุนที่ถูกต้องเหมาะสม ปราศจากอคติ ความลังเล และความรู้สึกหวั่นไหว ไม่มั่นใจ ที่นักลงทุนโดยทั่วไปต้องเผชิญ จนหลายๆ ครั้งต้องเสียโอกาสในการลงทุนไปอย่างน่าเสียดาย ไม่ว่าคุณจะลงทุน 5 ปี หรือ 25 ปี การลงทุนของคุณจะเป็นไปตามหลักการและวินัยที่ดีไม่เปลี่ยนแปลง

2. สะดวกสบายไม่ต้องลงแรง
การลงทุนเองต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ ดูแลและติดตามอย่างมาก เพราะหากคุณลงทุนตาม Jitta Ranking ด้วยตนเอง นอกเหนือจากการซื้อหุ้น Top Jitta Ranking แล้วคุณอาจมีการดำเนินการอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนและวุ่นวายอีก

เช่น หากคุณต้องการเพิ่มทุน คุณจะต้องซื้อหุ้นตาม Jitta Ranking ของวันที่เพิ่มทุน ซึ่งจะเป็นหุ้นคนละชุดกับที่ลงทุนครั้งแรก เท่ากับว่าปีหนึ่ง คุณจะต้องปรับพอร์ตหุ้นถึง 2 ครั้ง ยิ่งมีการเพิ่มทุนมากครั้งขึ้น คุณก็ยิ่งต้องคอยติดตามกำหนดวันและหุ้นชุดที่ต้องปรับพอร์ตอย่างเคร่งครัด

ในทางตรงกันข้าม หากคุณต้องการถอนทุนบางส่วน ก็จำเป็นต้องปรับพอร์ตทั้งหมด เพื่อนำเงินจำนวนที่ต้องการออกมา และให้หุ้นที่เหลือคงสัดส่วน 3-4% ของพอร์ตเหมือนเดิม จึงต้องผ่านการคำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนการถอนทุนแต่ละครั้ง

การจัดการตรงนี้ค่อนข้างละเอียดซับซ้อน ซึ่งต้องใช้เวลาและความละเอียดรอบคอบสูงหากคุณลงทุนเอง แต่ Jitta Wealth มีเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาช่วยในกระบวนการทั้งหมด เพื่อทำงานอย่างเป็นระบบและขจัดข้อผิดพลาด

3. โอกาสการลงทุนทั่วโลก
นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในต่างประเทศ ตามปกติจะต้องฝ่าด่านเอกสารมากมาย ต้องวิเคราะห์หุ้นในภาษาต่างชาติ ต้องทำความเข้าใจกฎหมายด้านการลงทุน และระบบภาษีที่ชวนสับสน Jitta Wealth ช่วยอำนวยความสะดวกสูงสุด เพราะคุณไม่ต้องเปิดพอร์ตลงทุนต่างประเทศด้วยตนเองแยกต่างหาก เพียงเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคลครั้งเดียวก็ลงทุนได้ทั้งในและต่างประเทศ

Jitta Wealth ต่างจาก Robot Trade หรือ Algo Trade อย่างไร

ถึงแม้ Jitta Wealth จะเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารพอร์ตการลงทุน และทำการซื้อขายโดยอัตโนมัติคล้ายกับ Robot Trade แต่การพัฒนาโปรแกรมและกระบวนการทั้งหมดยังคงยึดมั่นในหลักการลงทุนแนวเน้นคุณค่าของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ลงทุนหุ้นดีราคาถูกที่น่าลงทุนที่สุด

ประกอบกับแนวคิดของการลงทุนแบบ Passive Investment ทำให้การเทรดด้วยเทคโนโลยีของ Jitta Wealth แตกต่างออกไป คือจะมีการปรับพอร์ตทุก 1 ปี เท่านั้น ไม่มีการ cut loss หรือซื้อๆ ขายๆ ระหว่างปี เพื่อให้หุ้นที่เราได้เลือกเฟ้นมาแล้วทำงานได้อย่างเต็มที่ในช่วง Business Cycle

จากการที่คุณมีหุ้นดีราคาถูกอยู่ในมือแล้ว แม้ว่าตลาดจะผันผวนเท่าไหร่ คุณก็ยังถือหุ้นต่อไปได้อย่างมั่นใจ เพราะธุรกิจที่คุณถืออยู่นั้นเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง หากมีวิกฤตก็จะมีโอกาสที่จะผ่านพ้นและกลับมาดีได้เร็วกว่าหุ้นอื่น หรือหากเกิดเหตุไม่คาดฝันใดๆ ขึ้น ที่ส่งผลให้หุ้นที่คุณถือตัวใดตัวหนึ่งติดลบ คุณก็ยังสบายใจได้ เพราะพอร์ตของคุณมีการกระจายความเสี่ยงซื้อหุ้นจำนวน 30 ตัว แต่ละตัวจะมีนำ้หนักประมาณ 3-4% ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อพอร์ตโดยรวมได้เลย

นอกจากนี้การถือยาว 1 ปีแล้วปรับพอร์ต ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย เพราะเราได้พิสูจน์แล้วว่าการซื้อขายบ่อยไม่ได้การันตีว่าคุณจะทำกำไรได้มากขึ้น ยิ่งเมื่อคุณเลือกหุ้นดีๆ เข้ามาในพอร์ตแล้ว การซื้อขายเพื่อทำกำไรระยะสั้น อาจจะทำให้คุณเสียโอกาสในระยะยาวที่ดีกว่าได้ ดังนั้นการที่ Jitta Wealth ซื้อขายหุ้นปีะละครั้ง นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรสูงสุดในระยะยาวแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย ซึ่งก็จะกลับมาเป็นผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้นของคุณด้วย

Jitta Wealth เหมาะสำหรับใคร

Jitta Wealth ตอบโจทย์นักลงทุนที่ไม่มีเวลา ไม่ต้องการจัดการเองให้ยุ่งยาก และต้องการลงทุนระยะยาว 5 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะลงทุนเพื่อลูก วางแผนการเกษียณ หรือออมเงินในหุ้น โดยมีเทคโนโลยีคอยบริหารจัดการให้ตามหลักการลงทุนที่ถูกต้องและยั่งยืน เพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีตลาดบนความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า เป็นการลงทุนแนว passive investment ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าให้ผลตอบแทนดีกว่า

กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) คืออะไร

กองทุนส่วนบุคคล คือบริการจัดการเงินลงทุนของลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ที่มอบหมายให้บริษัทจัดการเป็นผู้บริหารจัดการลงทุนแทน หากคุณลงทุนกับกองทุนส่วนบุคคล คุณก็จะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน และข้อจำกัดการลงทุน ให้อยู่ในความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ เพื่อตอบโจทย์และมอบผลประโยชน์สูงสุดตามที่คุณคาดหวังไว้

บริษัทจัดการมีส่วนในการจัดสรรเงินลงทุนในหลักทรัพย์ การคัดเลือกหลักทรัพย์ และการจับจังหวะการลงทุนของตลาดตามความเหมาะสม ภายใต้กรอบและข้อจำกัดการลงทุนที่ได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้กับคุณ รูปแบบการลงทุนจึงมีความยืดหยุ่นสูง ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของคุณเอง

ส่วนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือเงินลงทุนจะเป็นของคุณ ทุกอย่างอยู่ภายใต้ชื่อของคุณเพียงผู้เดียว โดยระบุชื่อของบริษัทจัดการควบคู่ไปด้วยเพื่อแสดงสิทธิ์ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน ภาษีที่เกิดจากการลงทุนก็จะคิดตามฐานภาษีของคุณเช่นเดียวกัน

เมื่อบริษัทจัดการลงทุนรับบริหารเงินลงทุน จะแต่งตั้ง “ผู้รับฝากทรัพย์สิน” (custodian) ซึ่งได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้เป็นตัวแทนของคุณ คอยดูแลรักษาทรัพย์สิน และติดตามสิทธิประโยชน์ที่เกิดจากการลงทุนของกองทุนส่วนบุคคลของคุณ

สินทรัพย์ที่ลงทุนได้ก็มีหลายประเภท ประกอบด้วย เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล หุ้นกู้ภาคเอกชน ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมประเภทต่างๆ หน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงตราสารอนุพันธ์และสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

กองทุนส่วนบุคคล ต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมอย่างไร

Jitta Wealth มีลักษณะเป็นกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งเกิดจากการที่คุณ (บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล) นำเงินและทรัพย์สินมามอบหมายให้ Jitta Wealth เป็นผู้บริหารจัดการลงทุนแทน ซึ่งรูปแบบการลงทุนจะมีความยืดหยุ่นมาก ปรับนโยบายการลงทุนตามความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี

ส่วนกองทุนรวม คือการระดมเงินจากผู้ลงทุนรายย่อย มารวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ แล้วไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล จากนั้นบริษัทจัดการจะนำเงินที่ระดมทุนได้ ไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินต่างๆ ตามนโยบายที่ได้รับอนุมัติตามโครงการจัดการกองทุนรวมนั้นๆ ผู้ลงทุนแต่ละรายจะได้รับ “หน่วยลงทุน” (Unit Trust) เป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของของเงินที่ได้ลงทุนไป

ข้อดีของกองทุนส่วนบุคคล
  1. กำหนดนโยบายการลงทุนได้ตามที่คุณต้องการ คุณเลือกและตัดสินใจจากข้อมูลที่เราเตรียมให้ เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุด
  2. พอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม ตรงกับระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้
  3. บริหารจัดการเงินลงทุนเป็นระบบ เที่ยงตรง สม่ำเสมอ และมีรายงานการลงทุนให้คุณดูทุกวัน คุณจะได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
  4. ผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับการลงทุน จนได้ระบบบริหารเงินทุนที่ชาญฉลาด มีการวิเคราะห์ที่ต่อเนื่อง และทำงานละเอียดอย่างอัตโนมัติและสม่ำเสมอ จึงลดข้อผิดพลาดด้านการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี
  5. เปิดโอกาสให้เข้าถึงหลักทรัพย์หลากหลายประเภทมากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ

สินทรัพย์การลงทุนเป็นชื่อใคร

เนื่องจากเป็นกองทุนส่วนบุคคล ดังนั้นหุ้น เงินปันผลจากหุ้น และสิทธิ์อื่นๆ ที่พึงจะได้จากการลงทุนเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณทั้งหมด Jitta มีหน้าที่จัดการด้านกลยุทธ์การลงทุนด้วยเทคโนโลยี ร่วมกับบลจ. ที่จะบริหารจัดการกองทุนตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต.

คุณมีสิทธิ์ในการถอน เพิ่ม โอน สินทรัพย์ในกองทุนส่วนบุคลของคุณได้ตลอดเวลา

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนคืออะไร

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) คือ บริษัทที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้บริหารเงินลูกค้าในรูปแบบกองทุนรวม (mutual fund) กองทุนส่วนบุคคล (private fund) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (provident fund)

Jitta จะนำเสนอกลยุทธ์การลงทุนที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะให้คุณ พร้อมสร้างระบบขึ้นมาช่วยจัดการการลงทุนเป็นไปอย่างอัตโนมัติ สะดวกและรวดเร็ว ในขณะที่ บลจ.​ พันธมิตรของเราจะรับหน้าที่บริหารจัดการกองทุนตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต.ทุกขั้นตอน

กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ทำงานอย่างไร

Jitta จะดูแลเงินลงทุนของคุณร่วมกับทาง บลจ. โดยจะนำเสนอกลยุทธ์การลงทุนที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะให้คุณ พร้อมสร้างระบบขึ้นมาช่วยจัดการการลงทุนเป็นไปอย่างอัตโนมัติ สะดวกและรวดเร็ว ใน

ขณะที่ บลจ.​ พันธมิตรของเราจะรับหน้าที่บริหารจัดการกองทุนตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต. และมีบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian) ที่ได้รับอนุญาตตามกฏหมาย ระบบงานทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของก.ล.ต.เพื่อความถูกต้องโปร่งใส

เมื่อคุณเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth และโอนเงินเข้าบัญชีรับฝากสินทรัพย์ที่ดูแลโดย บลจ. ฟิลลิป ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคุณให้บริหารจัดการเงินจำนวนดังกล่าว เราจะทำหน้าที่วิเคราะห์และเลือกหุ้นด้วยเทคโนโลยี กระจายความเสี่ยง และส่งคำซื้อขายหุ้น ปรับพอร์ตหุ้นทั้งหมดให้คุณ

ส่วนคุณก็สามารถเรียกดูผลตอบแทนพอร์ตการลงทุน เพิ่มหรือถอนเงินลงทุนออกจากบัญชีนี้ได้ตลอดเวลา

ขั้นตอนลงทุนกับ Jitta Wealth

ลงทุนเริ่มต้นเท่าไหร่

ขั้นต่ำสำหรับเริ่มต้นลงทุนในประเทศไทยจะอยู่ที่ 1 ล้านบาท เพิ่มหรือถอนทุนขั้นต่ำครั้งละ 1 แสนบาท ส่วนต่างประเทศจะเริ่มลงทุนที่ 3 ล้านบาท เพิ่มหรือถอนทุนขั้นต่ำครั้งละ 3 แสนบาท

ตามปกติแล้วขั้นต่ำสำหรับการลงทุนรูปแบบกองทุนส่วนบุคคลจะสูงกว่าการลงทุนรูปแบบกองทุนรวม เพราะไม่ได้นำเงินของคุณไปรวมกับลูกค้าอีกหลายๆ คนเพื่อซื้อขายหุ้น แต่บัญชีลงทุนจะเป็นของคุณเพียงคนเดียว และต้องกระจายความเสี่ยงไปซื้อหุ้น 30 ตัว ทำให้เงินลงทุนที่ต่ำว่า 1 ล้านบาทกระจายได้ยาก และไม่ค่อยคุ้มกับค่าธรรมเนียมที่ต้องเสีย

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการลงทุนด้วยเงินทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 1 ล้าน สามารถลงชื่อรอใช้งานได้ที่นี่ https://wealth.jitta.com/waiting-list หรือคุณสามารถเริ่มต้นลงทุนตามหลักการเดียวกับที่ Jitta Wealth ใช้บริหารพอร์ตได้ โดยดูวิธีการลงทุนได้ที่นี่ bit.ly/JRhowtoinvest

หรือจะเลือกลงทุนแบบ passive investing ที่มีหลักการคล้ายๆ กับ Jitta Wealth ได้ในกองทุนดัชนี SET50 ซึ่งมีหลาย บลจ. ให้บริการ คุณสามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก เพื่อผลตอบแทนใกล้เคียงตลาด ให้เงินสะสมทบต้นไปเรื่อยๆ เมื่อครบ 1 ล้านเมื่อไหร่ สามารถย้ายมาที่ Jitta Wealth เพื่อเริ่มสร้างผลตอบแทนชนะตลาดได้

เปิดบัญชีลงทุนได้อย่างไร

ขั้นตอนเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth

1. ลงชื่อรอใช้งาน Jitta Wealth
(แนะนำบัญชี Gmail เพื่อความสะดวกราบรื่นในการรับข่าวสาร)
2. คุณจะได้รับอีเมลยืนยันการลงชื่อรอใช้งาน พร้อมรายละเอียดการให้บริการและวิธีการเปิดบัญชี
3. หากคุณตกลงยอมรับเงื่อนให้การให้บริการ คุณจะได้รับลิงก์เปิดบัญชีภายใน 5 วัน คลิกที่ลิงก์เพื่อเปิดบัญชีที่คุณได้รับทางอีเมล แล้วสร้างบัญชีใช้งาน Jitta Wealth ด้วยอีเมลเดียวกับที่ลงชื่อรอใช้งาน
4. กรอกข้อมูลออนไลน์
  • ข้อมูลส่วนตัว (customer profile)
  • ข้อมูลด้านการเงิน (risk profile)
5. เตรียมสำเนาเอกสารต่อไปนี้ (ไม่ต้องเซ็นชื่อหรือขีดคร่อม) เพื่ออัปโหลดบนเว็บไซต์
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (หน้าแรก และหน้าที่มีชื่อคุณ)
  • สำเนาหน้าแรกสมุดเงินฝากที่แสดงเลขบัญชีธนาคาร (book bank)
หรือ จัดเตรียมสำเนาเอกสารดังกล่าวอย่างละ 2 ชุด เซ็นชื่อและขีดคร่อมว่า “ใช้สำหรับเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคลเท่านั้น” เพื่อส่งมอบให้ทีมงานในวันนัดเซ็นเอกสาร
6. ทีมงานของเราจะโทรไปนัดวันและเวลาเซ็นเอกสารต่อไปนี้
  • แบบคำขอเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคล
  • แบบฟอร์มขอให้จัดส่งรายงานแสดงสถานะทรัพย์สิน
  • สัญญาการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ชุดที่ 1
  • สัญญาการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ชุดที่ 2
นอกจากนี้ เราสามารถจัดส่งเอกสารให้ทาง EMS ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ในกรณีที่คุณอยู่ต่างจังหวัด หรือไม่สะดวกพบทีมงานเพื่อเซ็นเอกสาร
7. หลังเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคลเสร็จเรียบร้อย ทางทีมงานจะแจ้งรายละเอียดเลขบัญชีสำหรับโอนเงินเข้าบัญชีกองทุนส่วนบุคคลของคุณ เพื่อเริ่มลงทุน ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่
  • โอนเงินผ่าน internet banking
    คุณโอนออนไลน์ได้ โดยเลือกโอนเข้าบัญชีธนาคารเดียวกับที่คุณมีบัญชีอยู่แล้ว ในกรณีที่คุณไม่สามารถโอนเงินจำนวนในครั้งเดียวครบยอดได้ ให้ติดต่อธนาคารที่ใช้บริการเพื่อเพิ่มวงเงิน หรือ โอนจำนวนหลายครั้งได้
  • ฝากเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคาร*
*หากคุณโอนจากต่างจังหวัดอาจจะมีค่าธรรมเนียมการโอน แนะนำให้โอนเงินผ่านระบบบาทเน็ต (BAHTNET) ซึ่งเป็นบริการของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เสียค่าธรรมเนียมต่ำ คลิกที่นี่ เพื่อดูค่าธรรมเนียม

ลงชื่อรอใช้งานแล้ว Jitta Wealth จะเริ่มให้บริการเมื่อไหร่

เมื่อคุณได้ลงชื่อรอใช้งานแล้วที่นี่แล้ว https://wealth.jitta.com/waiting-list จะมีอีเมลส่งจาก wealth@jitta.com เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน Jitta Wealth และการสมัครเปิดบัญชี

หากคุณใช้อีเมลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Gmail อาจจะมีกรณีที่ไม่ได้รับอีเมล หรืออีเมลอาจจะตกอยู่ในกล่อง spam หรือ junk mail

กรณีคุณยังไม่ได้รับอีเมลตอบกลับใดๆ คุณสามารถติดต่อทีมงานได้ที่ 064-116-9000 หรือไลน์ @jittaway เพื่อรับข้อมูลและสอบถามเพิ่มเติม

สมัครบัญชี Jitta Wealth ใช้เวลานานไหมกว่าจะได้ลงทุน

หลังจากกรอกข้อมูลออนไลน์เพื่อเปิดบัญชี คุณจะได้รับการติดต่อไม่เกิน 1 วันทำการเพื่อนัดหมายเซ็นเอกสารตัวจริง

หลังจากนั้นเราจะจัดส่งไปยัง บลจ. เพื่อเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคลและบัญชีรับฝากทรัพย์สิน (Custodian) ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ

ดังนั้นโดยประมาณแล้วบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ของคุณจะเรียบร้อย พร้อมลงทุนได้ ภายในเวลาทั้งหมดประมาร 5-7 วันทำการ

เป็นสมาชิก Jitta.com ต้องสมัครบัญชี Jitta Wealth อีกหรือไม่

ขณะนี้ระบบการเข้าดูข้อมูล Jitta.com กับ Jitta Wealth เป็นคนละระบบกัน

ดังนั้นผู้ใช้งาน Jitta.com เพื่อดูข้อมูลการวิเคราะห์หุ้น สำหรับนำไปตัดสินใจเพื่อลงทุนนั้น จะต้องเข้าผ่านเว็บ jitta.com จากอุปกรณ์ได้ก็ได้ ซึ่งข้อมูลนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

แต่หากคุณต้องการใช้บริการ Jitta Wealth คุณสามารถลงชื่อรอใช้งานที่นี่ หลังจากนั้นคุณจะได้รับลิงก์เพื่อเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคล โดยคุณต้องสร้างบัญชี Jitta Wealth ที่ wealth.jitta.com เพื่อใช้ในการสมัครและดูรายงานพอร์ตการลงทุนของคุณ ซึ่งจะเป็นอีกบัญชีแยกต่างหาก และสามารถใช้งานผ่านเว็บ หรือ Mobile App ได้ตลอดเวลา

ทำไมต้องใช้ Book Bank ประกอบการสมัคร

หน้าสมุดบัญชีธนาคารจะใช้ประกอบการสมัครบัญชีรับฝากทรัพย์สิน (custodian) เพื่อรับโอนเงินในกรณีที่คุณถอนทุน หรือยกเลิกการลงทุน

เพื่อความสะดวกสูงสุดในการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรณีถอนทุนหรือปิดบัญชีลงทุน บัญชีธนาคารที่ทาง บลจ. ฟิลลิปแนะนำให้ใช้จะมี 10 ธนาคารด้วยกัน ดังนี้ - ธนาคารซีไอเอ็มบี
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
- ธนาคารกรุงเทพ
- ธนาคารกสิกร
- ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์
- ธนาคารไทยพาณิชย์
- ธนาคารธนชาต
- ธนาคารทหารไทย
- ธนาคารยูโอบี

ลงลายมือชื่อออนไลน์ได้หรือไม่ (Electronic Signature)

ขณะนี้ ยังไม่มีข้อกำหนดรองรับการลงลายมือชื่อออนไลน์ คุณจำเป็นต้องเซ็นชื่อในเอกสารตัวจริง เพื่อเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคลกับบลจ. ​พันธมิตร แต่ทางทีมงาน Jitta Wealth พร้อมอำนวยความสะดวกให้คุณทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสาร และมีเจ้าหน้าที่นำเอกสารไปให้คุณเซ็น หรือส่งทางไปรษณีย์ในกรณีคุณอยู่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ

เมื่อเซ็นและส่งมอบเอกสารแล้ว จะต้องทำอย่างไรต่อ

เราจะนำเอกสารเพื่อเปิดบัญชีทั้งหมด ส่งให้ บลจ. พันธมิตร ซึ่งจะทำการเปิดบัญชีลงทุนและบัญชีรับฝากสินทรัพย์ให้คุณ โดยจะใช้เวลาประมาณ 5 วันทำการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จทุกขั้นตอน คุณจะได้รับอีเมลยืนยัน พร้อมแจ้งรายละเอียดการโอนเงินเข้าบัญชีกองทุนส่วนบุคคลของคุณ เพื่อเริ่มลงทุนกับ Jitta Wealth

ต้องการเปิดบัญชีไว้ก่อน ยังไม่โอนเงินลงทุนได้หรือไม่

เราแนะนำให้คุณเปิดบัญชีเมื่อพร้อมลงทุน เนื่องจากเมื่อบัญชีกองทุนส่วนบุคคลของคุณเปิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องโอนเงินเข้าบัญชีภายใน 30 วัน เพื่อคงสถานะของบัญชี หากคุณไม่สามารถโอนเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ Jitta Wealth

โอนเงินเข้าบัญชีอะไรได้บ้าง

หลังจากได้รับแจ้งว่าบัญชีกองทุนส่วนบุคคลของคุณเปิดเสร็จแล้วทางอีเมล คุณสามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ทันทีโดยเลือกโอนเข้าบัญชีใดบัญชีหนึ่งจากรายการต่อไปนี้



หมายเหตุ ชื่อบัญชีผู้โอน ผู้นำฝาก จะต้องเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของบัญชีกองทุนส่วนบุคคล ดูวิธีการโอนเงินได้ที่นี่

โอนเงินแล้วจะเริ่มลงทุนเมื่อไหร่

สำหรับบัญชีลงทุนประเทศไทย เราจะเริ่มทยอยซื้อหุ้นให้ในวันถัดไป หลังจากคุณโอนเงินเข้าบัญชีและแจ้งยืนยันการโอนเงินภายในเวลา 15:00 น. การซื้อหุ้นอาจจะไม่สามารถซื้อได้ในวันเดียว เนื่องจากราคาหุ้นที่แพงกว่าราคาที่ตั้งไว้ หรือไม่มีสภาพคล่องเพียงพอ ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 5 วันทำการ

สำหรับบัญชีการลงทุนต่างประเทศ เมื่อคุณโอนเงินแล้ว เราจะทำการโอนเงินไปต่างประเทศในวันถัดไป โดยจะมีการแปลงค่าเงินเป็นสกุลเงินของประเทศนั้นๆ และรอรอบการลงทุนประมาณ 2-3 วัน โดยจะทยอยซื้อหุ้นให้ครบ

หมายเหตุ การซื้อหุ้นของประเทศเวียดนามอาจจะใช้เวลานานกว่าประเทศอื่นๆ เนื่องจากสภาพคล่องของหุ้น

โอนเงินเสร็จแล้วจะแจ้งโอนเงินได้อย่างไร

เมื่อโอนเงินเสร็จแล้ว คุณสามารถแจ้งส่งหลักฐานการโอนเงิน โดยดำเนินการดังต่อไปนี้
  1. ล็อกอินที่ wealth.jitta.com/login ด้วยอีเมลและรหัสผ่านเดียวกับที่ใช้ตอนกรอกเอกสารเปิดบัญชี เพื่ออัปโหลดสลิปโอนเงิน

    คุณสามารถแบ่งโอนเงินเป็นหลายๆ งวดย่อยได้ เพียงระบุจำนวนเงินที่โอนในแต่ละงวดให้ตรงกับในสลิปโอนเงิน เมื่อโอนครบยอดที่ต้องการลงทุนแล้ว ให้คุณคลิกที่กล่อง “โอนเงินครบจำนวนที่ต้องการลงทุนแล้ว” ระบบจะส่งข้อมูลต่อไปยัง บลจ. และคุณจะได้รับอีเมลยืนยันว่าเราได้รับหลักฐานการโอนเงินเรียบร้อย

    กรณีคุณลงทุน 2 ประเทศขึ้นไป และโอนเงินเข้ามารวมกันเป็นยอดเดียว คุณสามารถใช้สลิปโอนเงินเดียวกันนั้นแจ้งโอนเงินมากกว่า 1 ครั้งในแต่ละครั้งให้ระบุประเทศที่ต้องการลงทุน และจำนวนเงินที่ต้องการลงทุนในประเทศนั้นๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้ทาง บลจ.ตรวจสอบได้แน่ชัดว่า คุณโอนเงินเข้าบัญชีลงทุนแต่ละประเทศเป็นจำนวนเท่าไร

  2. หากคุณไม่สะดวกอัปโหลดสลิปการโอนเงินที่ wealth.jitta.com/login สามารถส่งมาได้ที่ wealth@jitta.com หรือที่ Line ID @jittaway

ทำไมถึงโอนเงินเข้าไปบัญชีกลาง

ทั้งบัญชี “บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (เพื่อลูกค้า)” และ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบัญชีกลางของผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับของ กลต.​ ดังนั้นคุณมั่นใจได้ว่าเงินลงทุนของคุณจะได้รับการคุ้มครองและตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา

ดูรายชื่อบัญชีสำหรับโอนเงินที่นี่

FATCA คืออะไร

FATCA ย่อมาจาก Foreign Account Tax Compliance Act เป็นกฎหมายที่ประกาศใช้โดยประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เป็นต้นมา เพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษีของผู้มีรายได้สัญชาติอเมริกันที่มีแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ และสนับสนุนให้รัฐบาลประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านภาษีกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพื่อการตรวจสอบ

คุณควรให้ข้อมูลดังกล่าวตามความเป็นจริง เพื่อการตรวจสอบสถานะพลเมืองของสหรัฐอเมริกา หากปฏิเสธการให้ข้อมูล สถาบันการเงินมีสิทธิไม่รับเปิดบัญชี หรือรับคำสั่งซื้อ ขาย สับเปลี่ยน จากนักลงทุน นอกจากนี้ อาจมีการดำเนินการอื่นๆ เพิ่มเติม ตามเกณฑ์และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ขัดกับกฎหมายของประเทศไทย

ต้องอายุเท่าไรถึงจะเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคลได้

ผู้ลงทุนต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว หรืออายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ถึงจะเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคลได้ หากต้องการลงทุนให้บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ คุณสามารถเปิดบัญชีเป็นชื่อตนเองก่อนได้ แล้วค่อยโอนกรรมสิทธิ์ในหุ้นที่ถืออยู่ให้ผู้รับผลประโยชน์หลังบรรลุนิติภาวะแล้ว

ชาวต่างชาติลงทุนกับ Jitta Wealth ได้ไหม

นักลงทุนทุกสัญชาติสามารถลงทุนกับ Jitta Wealth ได้ ยกเว้นบุคคลอเมริกา* โดยใช้เอกสารประกอบการเปิดบัญชีดังนี้
  1. สำเนาหนังสือเดินทาง
  2. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
  3. สำเนาใบ Work Permit (กรณีทำงานในประเทศไทย)
  4. สำเนาหลักฐานยืนยันที่อยู่อาศัยถาวรในต่างประเทศ
*บุคคลอเมริกา ตามกฎหมาย FATCA มี 3 ประเภท ได้แก่
  1. พลเมืองอเมริกัน
  2. ผู้ถือบัตรประจำตัวผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรอย่างถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกา (เช่น ผู้ถือกรีนการ์ด)
  3. ผู้มีถิ่นที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บภาษีอากรของสหรัฐอเมริกา (U.S. resident for U.S. tax purposes)

ใครจะได้รับผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต

เนื่องจาก Jitta Wealth เป็นกองทุนส่วนบุคคล กรรมสิทธิ์และสินทรัพย์ในบัญชีจะเป็นของคุณเท่านั้น ดังนั้น กรณีเสียชีวิต กรรมสิทธิ์ทั้งหมดจะตกเป็นของทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น “ผู้รับพินัยกรรม” ได้แก่ คนที่มีชื่อระบุในพินัยกรรมว่าได้รับอะไรบ้าง หากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกก็จะตกไปสู่ทายาทโดยชอบธรรม ตามลำดับขั้นดังนี้
  1. ผู้สืบสันดาน
  2. บิดามารดา
  3. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
  4. พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
  5. ปู่ ย่า ตา ยาย
  6. ลุง ป้า น้า อา

เปิดบัญชีเป็นชื่อลูกได้หรือไม่

เจ้าของกองทุนส่วนบุคคลต้องบรรลุนิติภาวะ หรือมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเท่านั้น หากต้องการลงทุนให้บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ คุณสามารถเปิดบัญชีเป็นชื่อตนเองก่อนได้ แล้วค่อยโอนกรรมสิทธิ์ในหุ้นที่ถืออยู่ให้ผู้รับผลประโยชน์หลังบรรลุนิติภาวะแล้ว

ขอหลักฐานการลงทุนกองทุนส่วนบุคคลเพื่อนำไปยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทางต่างประเทศ/ใช้ค้ำประกัน/ประกอบการพิจารณาเพื่อขอสินเชื่อได้หรือไม่

คุณสามารถขอหนังสือรับรองการลงทุน เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทางต่างประเทศ ใช้ค้ำประกัน หรือประกอบการพิจารณาเพื่อขอสินเชื่อได้ คุณเพียงแจ้งทางทีมงานว่าต้องการใช้เอกสารดังกล่าวเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ต้องการข้อมูลของพอร์ตล่าสุดถึงวันที่เท่าไหร่ และชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 200 บาท ผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian) จะเป็นผู้ออกเอกสารให้

การลงทุนต่างประเทศ

Jitta Wealth เปิดให้ลงทุนในประเทศอะไรบ้าง

ขณะนี้ Jitta Wealth เปิดให้ลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ด้วยจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ 3 ล้านบาทต่อประเทศ เพิ่มหรือถอนทุนขั้นต่ำครั้งละ 300,000 บาท สมัครเปิดบัญชีได้ที่นี่

เรามีแผนที่จะเปิดประเทศอื่นๆ เพิ่ม หากคุณมีประเทศแนะนำสามารถส่งมาได้ที่ wealth@jitta.com

ลงทุนหลายประเทศพร้อมกันได้หรือไม่

คุณจะลงทุนกี่ประเทศพร้อมกันก็ได้ เพียงกรอกเอกสารเปิดบัญชีครั้งเดียว แล้วเลือกเปิดพอร์ตประเทศที่คุณต้องการ โดยพอร์ตการลงทุนในแต่ละประเทศจะแยกจากกันโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้บัญชีกองทุนส่วนบุคคลของคุณบัญชีเดียว สมัครเปิดบัญชีได้ที่นี่

ลงทุนประเทศไหนดีกว่ากัน

การเลือกลงทุนในประเทศใดนั้นขึ้นอยู่ว่านักลงทุนมีความรู้และเข้าใจสภาวะตลาด และความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละคน เพราะตลาดในประเทศต่างๆ ก็มีจุดแข็งและจุดด้อยแตกต่างกันไป เช่น ตลาดสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยหุ้นจำนวนกว่า 4,800 ตัว และมีธุรกิจที่แข็งแกร่งระดับคะแนน Jitta Score 8-9 เยอะกว่าตลาดอื่นๆ นอกจากนี้หลายๆ ธุรกิจก็มีความสามารถขยายฐานลูกค้าไปได้ทั่วโลก ทำให้หุ้นดีมีมากและราคาถูกให้เลือกเยอะกว่าตลาดอื่นๆ (ดูอันดับหุ้นดีราคาถูกของสหรัฐฯ)

แต่หากดูตามอัตราส่วนที่ใช้วัดกันว่าตลาดไหนน่าลงทุนมากกว่ากัน หรือที่เรียกว่า Buffett Indicator คือเอามูลค่าตลาดโดยรวมหารด้วย GDP ของประเทศ (market capitalization/GDP) จะพบว่ามูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2017 สูงถึง 147% ของ GDP หมายความว่าตลาดแพงเกินไปมาก ในขณะที่ประเทศเวียดนามอยู่ที่ 52% ซึ่งค่อนข้างถูก และไทยที่ 116% เริ่มแพงนิดๆ หากดูตามเกณฑ์นี้ ก็อาจจะพูดได้ว่าประเทศเวียดนามนั้นน่าลงทุนที่สุด เพราะตลาดยังถูกอยู่ และมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก (ดูอันดับหุ้นดีราคาถูกเวียดนาม)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดเวียดนามจะเติบโตไปในทุกด้าน แต่การลงทุนก็ยังมีความผันผวนค่อนข้างสูง กฎระเบียบบางอย่างยังไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการลงทุนมากนัก การซื้อขายหุ้นของต่างชาติยังทำได้จำกัด เพราะมี foreign limit และหุ้นหลายตัวยังขาดสภาพคล่อง อีกทั้งเศรษฐกิจมีการขับเคลื่อนโดยเงินลงทุนต่างชาติเป็นหลัก หากคุณสนใจการลงทุนในประเทศเวียดนาม ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดเวียดนามได้จากคลิป The Jitta Way Live นี้

ลงทุนต่างประเทศต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

เนื่องจากการลงทุนรูปแบบกองทุนส่วนบุคคลนั้นจะเสียภาษีเสมือนไปลงทุนต่างประเทศด้วยตนเอง ดังนั้น คุณสามารถขอคืนเครดิตภาษีได้ตามปรกติ ส่วนของภาษีที่ต้องเสียจะแตกต่างกันแล้วแต่ประเทศที่ไปลงทุน ดังนี้

สหรัฐอเมริกา
การลงทุนที่สหรัฐอเมริกาในฐานะบุคคลที่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศ คุณจะต้องเสียภาษีเงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย 30% แต่กำไรส่วนต่างที่ได้จากการซื้อขายหุ้นจะไม่ถูกคิดภาษี capital gain ในสหรัฐฯ และหากวันที่ขายหุ้นกับวันที่นำเงินกลับมาประเทศไทยอยู่คนละปีปฏิทิน ก็จะไม่เสียภาษี capital gain ในประเทศไทยตามกฏหมายเช่นกัน

เวียดนาม
การลงทุนที่เวียดนามในฐานะบุคคลที่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศ รายได้จากการลงทุนที่มาในรูปดอกเบี้ยรับ ส่วนลดรับ ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แต่กำไรส่วนต่างที่ได้จากการซื้อขายหุ้นจะไม่ถูกคิดภาษี capital gain ในเวียดนาม และหากวันที่ขายหุ้นกับวันที่นำเงินกลับมาประเทศไทยอยู่คนละปีปฏิทิน ก็จะไม่เสียภาษี capital gain ในประเทศไทยตามกฏหมายเช่นกัน

การลงทุนต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรบ้าง

สำหรับการลงทุนต่างประเทศจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมโอนเงินไปต่างประเทศ 1,000 บาทต่อครั้ง และจะมีค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน โดยประเทศสหรัฐจะอยู่ที่ 0.2% (ขั้นต่ำ US$17 ต่อหุ้น) และประเทศเวียดนาม 0.3% (ขั้นต่ำ ₫850,000 ต่อหุ้น)

Jitta ทำประกันค่าเงิน (hedge) หรือไม่

การลงทุนกับ Jitta Wealth จะไม่มีการทำประกันค่าเงิน เนื่องจากในระยะยาวแล้ว ค่าเงินแทบจะไม่มีผลกระทบต่อกำไรโดยรวมที่คุณจะได้รับ ผลตอบแทนระยะยาวจะขึ้นอยู่กับหุ้นที่คุณเลือกและการจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมมากกว่า

นอกจากนี้ การทำประกันค่าเงินนั้นมีค่าใช้จ่ายรายปี ที่คุณต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทำให้ต้นทุนการลงทุนสูงขึ้น แต่ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะช่วยให้คุณได้รับผลประโยชน์ (หากเงินไทยอ่อนตัว) หรือเสียประโยชน์ (หากเงินไทยแข็งค่าขึ้น) กันแน่ ดังนั้นการไม่ทำประกันค่าเงิน และเน้นถือหุ้นดีราคาถูกระยะยาว จึงเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

โอนเงินแล้วจะลงทุนให้ทันทีหรือไม่

หลังจาก บลจ. ตรวจสอบหลักฐานการโอนเงินเรียบร้อยแล้ว จะใช้เวลาแลกเงินและซื้อหุ้นไม่เท่ากัน โดย
  • สหรัฐฯ จะใช้เวลาแลกเงิน 1-2 วันทำการ และจะเริ่มซื้อหุ้นสัปดาห์ละครั้ง ทุกวันอังคาร (อาจจะมีปรับเปลี่ยนวันได้)
  • เวียดนาม จะใช้เวลาแลกเงิน 2-3 วันทำการ โดยเปลี่ยนจากเงินบาทไทย เป็นดอลล่าร์สหรัฐฯ ก่อน จึงค่อยแลกเป็นเงินดงเวียดนาม และเริ่มซื้อหุ้นทุกวันพฤหัส

ใช้อัตราแลกเปลี่ยนใดในการแลกเงิน

เราจะแลกเงินลงทุนของคุณเป็นเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษที่ดีกว่าอัตราทั่วไป ผ่าน Standard Chartered ก่อนที่จะนำเงินจำนวนนั้นไปลงทุน หากคุณลงทุนในประเทศเวียดนาม เงินดอลล่าร์สหรัฐฯ จะถูกเปลี่ยนเป็นเงินดงเพื่อนำไปลงทุน ในกรณีถอนเงินลงทุนในเวียดนาม เงินลงทุนจะลูกเปลี่ยนจากเงินดง เป็นดอลล่าร์สหรัฐฯ ก่อนเปลี่ยนกลับเป็นเงินบาทไทย

Jitta Wealth ลงทุนอย่างไร

Jitta Wealth มีกลยุทธ์การลงทุนให้เลือกกี่รูปแบบ

ในเบื้องต้น Jitta Wealth จะเน้นกลยุทธ์การลงทุนตาม Top Jitta Ranking โดยจะเลือกหุ้นที่อยู่ลำดับสูงของวันนั้นๆ และลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30 ตัว ซึ่งกลยุทธ์นี้ได้รับการพิสูจน์ผลตอบแทนย้อนหลังชนะดัชนีตลาดมาตั้งแต่ปี 2009 และจะถูกใช้ในการลงทุนในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา และประเทศเวียดนามด้วย

นโยบายการลงทุนของ Jitta Wealth เป็นอย่างไร

การลงทุนกับ Jitta Wealth คือการลงทุนใน Jitta Ranking ตามหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นลงทุนในกิจการที่ดีในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม ซึ่งก็คือกลุ่มหุ้น Jitta Ranking 50 อันดับแรก กลุ่มหุ้นนี้คัดเลือกมาจากการจัดอันดับหุ้นทั้งตลาดของแต่ละประเทศ เช่นตลาด SET และ MAI ของประเทศไทย หรือตลาด NYSE และ NASDAQ ของประเทศสหรัฐอเมริกา

จากนั้น Jitta Wealth จะเลือกหุ้นที่คุณลงทุนได้ตามลำดับ Jitta Ranking ไม่เกิน 30 ตัว ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินลงทุน กลยุทธ์ และข้อจำกัดด้านการลงทุนของคุณ (ถ้ามี) โดยเราจะเฉลี่ยเงินลงทุนในหุ้นแต่ละตัวเท่าๆกัน (equal weight) เพื่อให้เกิดความหลากหลายและมีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมที่สุด

Jitta Wealth จะปรับพอร์ตให้คุณเมื่อลงทุนไปครบ 365 วัน หรืออย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 90 วัน ทุกครั้งที่ปรับพอร์ต เราจะซื้อและขายหุ้นอย่างเป็นระบบ ให้คุณได้ถือหุ้นตรงตามรูปแบบการลงทุนที่วางแผนไว้ข้างต้น

หากคุณเพิ่มเงินลงทุนกับ Jitta Wealth เราจะนำเงินลงทุนที่เพิ่มมาในแต่ละครั้งไปลงทุนตามหลักการข้างต้นเสมือนเป็นการลงทุนรอบใหม่ ดังนั้น ถ้าคุณถอนเงินลงทุนบางส่วน ระบบจะขายหุ้นในพอร์ตเฉลี่ยทุกหุ้นตามรอบการลงทุนแบบ first in first out คือรอบที่ลงทุนก่อนก็จะถูกขายก่อน และปรับให้พอร์ตคงสัดส่วนการลงทุนในแต่ละหุ้นให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด

ทำไมต้องลงทุน 30 หุ้น

เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักลงทุนว่า ความเสี่ยงของหุ้นรายตัว (unsystematic risk) นั้นสามารถกำจัดได้โดยการกระจายความเสี่ยงหรือ diversification อย่างเหมาะสม หากคุณซื้อหุ้น 30 ตัว โดยให้นำ้หนักหุ้นแต่ละตัวเท่าๆ กัน คุณจะสามารถลดความเสี่ยงดังกล่าวไปได้ถึง 80% และการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (backtest) ของเราก็ยืนยันกว่าการลงทุนในหุ้น 30 ตัวนั้นเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด เพราะนอกจากพอร์ตจะไม่ผันผวนมากแล้ว ยังให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดอีกด้วย (ดูผลตอบแทนย้อนหลังของ Jitta Ranking Top 30)

ทั้งนี้ตลาดเวียดนามจะลงทุนในหุ้นไม่เกิน 20 ตัว เนื่องจากจะต้องเลือกหุ้นที่ยังมีส่วนที่ชาวต่างชาติสามารถซื้อและถือครองได้ (Foriegn Room) และมีสภาพคล่องเท่านั้น ทำให้ตัวเลือกหุ้นในลำดับต้นๆ มีน้อยลง

เลือกลงทุน 20 ตัว เหมือนพอร์ตน้องไอวี่ได้มั้ย

หากใครได้อ่าน blog บันทึกพอร์ตลงทุนของหนูไอวี่ ก็จะเกิดความสงสัยว่าทำไมจึงลงทุนในหุ้น 20 ตัวเท่านั้น เนื่องจากพอร์ตลงทุนของน้องไอวี่เป็นพอร์ตที่จะพิสูจน์ให้เห็นถึงหลักการของ Jitta Way ว่าใช้ลงทุนได้ผลจริงๆ จึงทดลองด้วยการลงทุน 20 ตัว เพราะน้องไอวี่สามารถรับความเสี่ยงและความผันผวนได้มากกว่า ทั้งยังตั้งใจลงทุนระยะยาวถึง 20 ปี

แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไป เราจะเลือกลงทุนให้ประมาณ 30 หุ้น ซึ่งในระยะยาวแล้วผลตอบแทนก็จะใกล้เคียงกัน แต่ผันผวนน้อยกว่า และการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (backtest) ของเราก็ยืนยันกว่าการลงทุนในหุ้น 30 ตัวนั้นกำลังเหมาะสมที่สุด เพราะนอกจากพอร์ตจะไม่ผันผวนมากแล้ว ยังให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดอีกด้วย (ดูผลตอบแทนย้อนหลังของ Jitta Ranking Top 30)

นักลงทุนทุกคนถือหุ้นเหมือนกันหรือไม่

แม้ทุกคนจะลงทุนตามกลยุทธ์เดียวกัน นั่นคือซื้อหุ้นไม่เกิน 30 ตัวแรกของ Jitta Ranking แต่เนื่องจาก Jitta Ranking นั้นเป็นการจัดอันดับหุ้นดีราคาถูกที่คำนวณจากปัจจัย 2 หลักสำคัญ คือ ต้องเป็นหุ้นที่พื้นฐานดี (Jitta Score สูง) และ มีราคาถูกกว่ามูลค่าที่เหมาะสม (ต่ำกว่า Jitta Line) หากหุ้นราคาแพงเกินไปก็จะมีอันดับบน Jitta Ranking ที่ตำ่ลง ในทางตรงกันข้ามหากราคาต่ำกว่ามูลราคาที่เหมาะสมมากๆ ก็จะขยับลำดับขึ้นมา

ดังนั้น Jitta Ranking จึงเปลี่ยนแปลงได้ทุกวันจากราคาที่ขึ้นลง ทำให้นักลงทุนแต่ละคนได้หุ้นเข้ามาในพอร์ตแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ลงทุน

Jitta Wealth ลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้าง

Jitta Wealth ลงทุนในหุ้นโดยตรง เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่า ในระยะยาวผลตอบแทนจากตลาดหุ้นสูงกว่าการลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ เช่น พันธบัตร เงินฝาก หรือทองคำ

ทำไม Jitta Wealth ไม่รอจังหวะลงทุน

เราเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครสามารถจับจังหวะตลาดได้ถูกต้องทุกครั้ง และยิ่งพยายามจับจังหวะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งพลาดโอกาสการลงทุนดีๆ ไป มากเท่านั้น สถิติในระยะยาวเองก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ตลาดหุ้นมีช่วงขาขึ้นมากกว่าช่วงขาลง เราจึงเน้นสร้างผลตอบแทนชนะตลาดหุ้นด้วยวินัยและความสม่ำเสมอในการลงทุน ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้จริง มากกว่าการจับจังหวะตลาด

ดูรายชื่อหุ้นที่จะซื้อได้ที่ไหน

รายชื่อหุ้นตาม Jitta Ranking สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน หากต้องการทราบว่า Jitta Wealth จะลงทุนในหุ้นอะไรให้คุณบ้าง คุณสามารถเข้าไปดูรายชื่อหุ้น Jitta Ranking ของวันนี้ได้ที่นี่ โดยนับลงจากซ้ายไปขวาจนครบ 30 ตัว

Jitta ปรับพอร์ตให้วันไหน

เราจะปรับพอร์ตให้คุณหลังลงทุนครบ 365 วัน โดยจะทยอยขายหุ้นที่ไม่ติดอยู่ในอันดับ Jitta Ranking ณ ปัจจุบันแล้ว และเปลี่ยนไปซื้อหุ้นที่ติด Jitta Ranking ตัวใหม่เข้ามาแทน ส่วนหุ้นที่ยังอยู่ใน Jitta Ranking เหมือนเดิม เราจะขายหุ้นบางส่วนออกไป เพื่อให้สัดส่วนของหุ้นในพอร์ตเท่าๆ กันทั้งหมด

Jitta Wealth จะปรับพอร์ตให้บ่อยแค่ไหน

กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ขณะนี้ จะปรับพอร์ตให้คุณปีละครั้ง เมื่อลงทุนไปครบ 365 วัน ระหว่างปีจะไม่มีการปรับพอร์ตใดๆ เพราะเราเชื่อมั่นว่าเราได้เลือกหุ้นทีดีในราคาที่เหมาะสมแล้ว ก็ปล่อยให้หุ้นได้แสดงผลงานตามวงจรธุรกิจให้ครบปี (4 ไตรมาส) แม้ตลาดหุ้นจะตก Jitta Wealth ก็จะยังคงถือหุ้นที่มีอยู่ต่อไปจนครบกำหนดปรับพอร์ต เพราะจริงๆ แล้วการ cut loss เป็นได้ทั้งการป้องกันเงินขาดทุน หรืออาจจะทำให้คุณพลาดโอกาสที่ดีไปก็ได้ Jitta Wealth จึงตัดเอาอารมณ์ที่เกี่ยวข้องตรงนี้ออกไป และลงทุนในหุ้นตลอด เพราะในระยะยาว การลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าทรัพย์สินอื่นๆ อยู่แล้ว

Jitta Ranking และผลตอบแทน

Jitta Ranking คืออะไร ทำงานอย่างไร

Jitta Ranking คือ การจัดอันดับหุ้นน่าลงทุนตามหลัก “ลงทุนในธุรกิจที่ดีในราคาที่เหมาะสม” โดยคำนวณจาก Jitta Score และ Jitta Line ของหุ้นเป็นหลัก Jitta มีการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลังของ Jitta Ranking มาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งสามารถเอาชนะดัชนีตลาดมาโดยตลอด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://library.jitta.com/th/ranking

Jitta Wealth ช่วยสร้างผลตอบแทนสูงกว่าได้จริงหรือ?

เมื่อคุณลงทุนกับ Jitta Wealth คุณกำลังลงทุนตามหลัก “ลงทุนในธุรกิจที่ดี ในราคาที่เหมาะสม” ซึ่งเป็นหลักการที่ทำให้วอร์เรน บัฟเฟฟต์ประสบความสำเร็จมหาศาล คุณจะได้เป็นเจ้าของหุ้น 10-35 ตัวแรกบน Jitta Ranking ประเทศไทย ที่ผ่านการวิเคราะห์และจัดอันดับโดยคำนึงถึงคุณภาพของธุรกิจ (Jitta Score) มูลค่าที่เหมาะสมของธุรกิจ (Jitta Line) และอัตราการเติบโตของธุรกิจเป็นสำคัญ จึงมั่นได้ว่ามูลค่าของธุรกิจจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆกับราคาหุ้นที่เติบโตสูงขึ้นเช่นกัน 

ทั้งหมดนี้เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นไปได้จริง ผ่าน การทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (backtest) ที่คุณสามารถคลิกไปดูได้ตลอดเวลา

Jitta ได้ทดสอบอะไรบ้าง เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่าจะทำกำไรได้

การทดสอบผลตอบแทนเป็นสิ่งที่ Jitta ทำมาตลอด 4 ปี ไม่ว่าจะเป็น backtest หรือ forward test และใน 1 ปีที่ผ่านมา เราก็ได้พัฒนาระบบเพื่อซื้อขายและจัดการพอร์ตการลงทุนแทนคุณ คุณจึงลงทุนตามหลักการลงทุนที่ถูกต้องได้ ตั้งแต่การเลือกหุ้น กระจายความเสี่ยง และปรับพอร์ต ได้ดีและเป็นระบบที่สุด

ค่าธรรมเนียม

Jitta Wealth มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง

ค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth มี 2 ประเภทหลักด้วยกัน ได้แก่

        1.    ค่าธรรมเนียมการบริหาร
                 a.   ค่าธรรมเนียมตามกำไร 10% คำนวณจากกำไรที่ทำเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละปี เมื่อไม่มีกำไรจะไม่คิดค่าธรรมเนียมประเภทนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับคุณมากที่สุด ค่าธรรมเนียมจะคิดทุกๆ สิ้นปี หรือเมื่อมีการปรับพอร์ต หรือถอนเงินลงทุน
                 b.    ค่าการจัดการ 0.5% ต่อปี คำนวณจากสินทรัพย์สุทธิในพอร์ต เป็นค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการด้านเอกสารต่างๆ

        2.    ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจริง
                 a.    ค่าธรรมเนียมซื้อขายสินทรัพย์  หรือ trade commission เป็นค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งจะชำระให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการ ค่าธรรมเนียมนี้จะไม่เกิน 0.15% ของมูลค่าการซื้อขายแต่ละครั้ง สำหรับการลงทุนในประเทศไทย และไม่เกิน 0.25% สำหรับการลงทุนในสหรัฐอเมริกา
                       b.    ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ หรือ custodian fee จะเป็นการจ่ายค่าธรรมเนียมโดยตรงแก่ผู้รับฝากสินทรัพย์ คิดตามจริงรายเดือน ที่อัตรา 0.03% ต่อปี ขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อเดือน สำหรับการลงทุนในประเทศไทย และอัตรา 0.05% ต่อปี ขั้นต่ำ 1,500 บาทต่อเดือน สำหรับการลงทุนในสหรัฐอเมริกา

คลิกดูวิธีคิดค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth

Custodian คืออะไร ทำไมต้องมี

Custodian หรือผู้รับฝากสินทรัพย์ เป็นมาตรการคุ้มครองทรัพย์สินที่นักลงทุนจะนำไปให้บริษัทจัดการบริหารให้ โดยก.ล.ต.กำหนดให้บริษัทจัดการ แยกทรัพย์สินของลูกค้าออกไปฝากไว้กับ ผู้รับฝากสินทรัพย์ หรือ custodian ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ดูแล เก็บรักษา ติดตามสิทธิประโยชน์ของทรัพย์สินที่อยู่ในกองทุนส่วนบุคคลให้นักลงทุน

ทำไม Jitta Wealth จึงมีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำ

หน้าที่ของ Jitta Wealth นอกจากจะต้องบริหารเงินลงทุนของคุณให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดแล้ว ยังต้องส่งต่อผลตอบแทนนั้นให้คุณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผ่านการคิดค่าธรรมเนียมที่ยุติธรรม และต่ำมากๆ

คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการลงทุนนั้น ในระยะยาวจะเป็นค่าใช้จ่ายที่กลืนกินผลกำไรของคุณอย่างมหาศาล เช่น คุณลงทุน 1 ล้านบาท แล้วได้ผลตอบแทนเท่าตลาดหุ้น คือ 10% ต่อปี เงินก้อนนั้นจะกลายเป็น 117 ล้านบาท ในเวลา 50 ปี แต่คุณจะได้รับจากเงินก้อนนี้เพียง 41 ล้านบาท เพราะอีก 80 ล้านหรือประมาณ 75% นั้นหายไปกับค่าใช้จ่ายทบต้นนั่นเอง

คลิกดูตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth

High Watermark คืออะไร มีข้อดีอย่างไร

High watermark คือจุดสูงสุดเดิมของพอร์ตหลังหัก performance fee เรียกเก็บเมื่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของคุณ ณ วันคำนวณค่าธรรมเนียม สูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่นำไปคำนวณค่าธรรมเนียมครั้งล่าสุด (ได้กำไรเพิ่มขึ้นจากจุดที่เคยใช้คำนวณค่าธรรมเนียมครั้งที่แล้ว) แต่หากต่ำกว่าก็จะไม่มีการคำนวณค่าธรรมเนียมเลย ซึ่งเป็นผลดีสำหรับนักลงทุน เพราะจะเสียค่าธรรมเนียมเฉพาะส่วนของกำไรที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีเท่านั้น

ถ้าปีไหนขาดทุน Jitta Wealth จะไม่คิดค่าธรรมเนียมใช่หรือไม่

หากปีไหนตลาดหุ้นอยู่ในขาลง คุณไม่ได้รับผลตอบแทนหรือกำไรในปีนั้นๆ ค่าธรรมเนียมตามกำไร 10% จะถูกยกเว้นในปีนั้น แต่จะยังมีค่าการจัดการ 0.5% ต่อปี เพื่อนำไปพัฒนาระบบและเทคโนโลยีของเราให้คงประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มความมั่งคั่งของคุณ อย่างไรก็ตาม   คลิกดูวิธีคิดค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth