ค่าธรรมเนียม

ได้ผลตอบแทนสูงกว่า ด้วยค่าธรรมเนียมที่ยุติธรรม

Jitta Wealth เกิดขึ้นได้เพราะความไว้วางใจที่คุณมอบให้เรา จึงถือเป็นหน้าที่ของ Jitta ที่นอกจากจะต้องบริหารเงินลงทุนของคุณให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดแล้ว ยังต้องส่งต่อกำไรนั้นให้คุณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วย  

นั่นเป็นที่มาของค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าปกติในแวดวงการลงทุน Jitta คิดค่าธรรมเนียมอย่างยุติธรรมตามกำไร ซึ่งจะมีก็ต่อเมื่อเราทำกำไรให้คุณได้เท่านั้น คุณจึงไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้เลยหากปีไหนพอร์ตขาดทุน นอกจากนี้ก็มีค่าการจัดการเพียงเล็กน้อย ที่จะช่วยให้ขั้นตอนต่างๆ สะดวกรวดเร็วที่สุดสำหรับคุณ พร้อมด้วยค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจริงของผู้ให้บริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ของทางโบรกเกอร์ (brokerage fee) และค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ของทางผู้รับฝากสินทรัพย์ (custodian fee)   

คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมด้านล่างนี้

ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม

ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม

หมายเหตุ   ค่าธรรมเนียมนี้มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป สำหรับค่าธรรมเนียมก่อนหน้านี้ สามารถดูได้ ที่นี่
* มีกำไรขั้นต่ำ (hurdle rate) ก่อนคิดค่าธรรมเนียมตามกำไร (performance fee)
** ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ คิดตามจริง เรียกเก็บโดยบริษัทหลักทรัพย์จำกัด โดยมีขั้นต่ำ 50 บาทต่อหุ้น
*** ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ เรียกเก็บโดยผู้รับฝากสินทรัพย์ตามกฎหมาย
หมายเหตุ   ค่าธรรมเนียมนี้มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป สำหรับค่าธรรมเนียมก่อนหน้านี้ สามารถดูได้ ที่นี่
* มีกำไรขั้นต่ำ (hurdle rate) ก่อนคิดค่าธรรมเนียมตามกำไร (performance fee)
** ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ คิดตามจริง เรียกเก็บโดยบริษัทหลักทรัพย์จำกัด โดยมีขั้นต่ำ 17 USD ต่อหุ้น
*** ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ เรียกเก็บโดยผู้รับฝากสินทรัพย์ตามกฎหมาย
* มีกำไรขั้นต่ำ (hurdle rate) ก่อนคิดค่าธรรมเนียมตามกำไร (performance fee)
** ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ คิดตามจริง เรียกเก็บโดยบริษัทหลักทรัพย์จำกัด โดยมีขั้นต่ำ 850,000 VND ต่อหุ้น
*** ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ เรียกเก็บโดยผู้รับฝากสินทรัพย์ตามกฎหมาย

ตารางค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี)

ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมรวมโดยเฉลี่ยตามผลตอบแทน

หมายเหตุ ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามความถี่ในการซื้อขายของผู้จัดการกองทุน ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

ทำไมค่าธรรมเนียมของ Jitta Wealth จึงต่ำกว่า

ในการลงทุน ค่าธรรมเนียมที่ดูน้อยนิด จะกลืนกินผลกำไรของคุณอย่างมหาศาล Jitta จึงตั้งปณิธานว่า การบริหารการลงทุนของเราต้องให้คุณได้ผลตอบแทนเต็มที่ แม้หักค่าธรรมเนียมเล็กๆน้อยๆแล้ว ก็ยังสามารถเอาชนะดัชนีตลาดได้ในระยะยาว

ลองจินตนาการดูว่า หากคุณลงทุนกับ Jitta Wealth 1,000,000 บาท และได้กำไรเฉลี่ย 8% ต่อปีติดต่อกัน 30 ปี ในปีที่ 30 คุณจะมีเงินทั้งสิ้น 6,900,000 บาท โดยประมาณ

ในขณะเดียวกัน คุณลงเงินจำนวนนี้กับกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งคิดค่าธรรมเนียมบริหารจัดการประมาณ 1.5% และค่าธรรมเนียมตามกำไรประมาณ 10% (โดยเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับกำไร 6% แรก) มองดูเผินๆ แล้วเหมือนจะไม่ส่งผลอะไรมากมาย แต่สิ้นปีที่ 30 คุณจะมีเงินรวมประมาณ 6,100,000 บาท น้อยกว่าลงทุนกับ Jitta Wealth เกือบ 1 ล้านบาท

หากคุณลงทุนกับกองทุนรวม ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตอนซื้อและขายกองทุนประมาณ 1% พร้อมค่าบริหารจัดการและค่าธรรมเนียมอื่นๆประมาณ 2% คุณจะทำเงินได้เพียง 5,700,000 บาท น้อยกว่าได้จากการลงทุนกับ Jitta Wealth 1 ล้านกว่าบาท

และถ้าคุณลงทุนกับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบริหารจัดการปีละ 2% พร้อมค่าธรรมเนียมตามกำไรอีก 20% ในปีที่ 30 คุณจะมีเงินเพียง 5,100,000 บาทเท่านั้น นับเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจำนวนมหาศาลที่คุณต้องเสียให้ทางกองทุน

นี่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์​ และค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุน หรือ turnover expense ซึ่งจะเพิ่มขึ้นตามความถี่ในการซื้อขายของผู้จัดการกองทุน หากผู้จัดการกองทุนเก็งกำไรระยะสั้นเป็นส่วนมาก ค่า turnover นี้ก็จะสูงตามไปด้วย ในขณะที่ Jitta ปรับพอร์ตเพียงปีละครั้งเท่านั้น ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการซื้อขายหลักทรัพย์น้อยมาก

ดังนั้น ตัวช่วยในการลงทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำเช่น Jitta Wealth นอกจากจะทำให้การลงทุนของคุณได้กำไรโดยที่คุณไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยแล้ว ยังให้คุณรับผลตอบแทนอย่างเต็มที่ เพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคงดังที่คุณวางแผนไว้

วิธีคิดค่าธรรมเนียม

1. ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management fee)

เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริหารเงินลงทุนให้คุณ ช่วยให้ขั้นตอนต่างๆ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว ตั้งแต่การเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ไปจนถึงการซื้อขายหุ้น และปรับพอร์ต ค่าธรรมเนียมอัตรา 0.5% ต่อปีนี้จะคำนวณทุกสิ้นวัน และเรียกเก็บเมื่อมีการปรับพอร์ต วิธีการคำนวณค่าธรรมเนียมการจัดการมีดังนี้

NAV 
=    มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันคำนวณ 
MGT Fee
=    อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการต่อปี
t
=    วันที่ T
N
=    จำนวนวันทั้งหมดใน 1 ปี
n
=    จำนวนวันทั้งหมด

ตัวอย่างวิธีการคำนวณค่าธรรมเนียมการจัดการเป็นรายวัน

2. ค่าธรรมเนียมตามผลกำไร (Performance fee)

เพื่อความยุติธรรม ให้คุณได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากทุกเม็ดเงินลงทุน เราจะคิดค่าธรรมเนียมนี้จากกำไรที่พอร์ตของคุณทำได้จริงทุกสิ้นปี หรือเมื่อคุณถอนเงินลงทุน นั่นหมายความว่า เราจะคำนวณค่าธรรมเนียมนี้ก็ต่อเมื่อเราช่วยให้พอร์ตของคุณทำกำไรเท่านั้น โดยจะคิดจากกำไรที่ได้เพิ่มขึ้นจากจุดสูงสุดเดิมของพอร์ต (high watermark) ซึ่งวิธีการคำนวณมีดังต่อไปนี้

(มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ วันคำนวณ - high watermark*) x ค่าธรรมเนียมตามกำไร x (1 + ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
*High watermark คือ เงินลงทุนเริ่มต้น หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิสูงสุดที่เคยใช้คำนวณค่าธรรมเนียมการใช้กลยุทธ์

ตัวอย่าง  กรณีลงทุนด้วยเงินทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท แล้วได้กำไร/ขาดทุน ณ วันสิ้นปี วันปรับพอร์ต หรือวันที่มีการถอนสินทรัพย์ โดยค่าธรรมเนียมตามผลงานเป็น 10% ของส่วนต่างระหว่าง high watermark กับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ สิ้นวันที่คำนวณค่าธรรมเนียม

ปีที่ 1 กำไร

มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ สิ้นวันที่คำนวณค่าธรรมเนียม
=   1,100,000
High watermark (ในที่นี้คือเงินเริ่มต้นลงทุน)
=   1,000,000
ค่าธรรมเนียม (1,100,000 - 1,000,000) x 10% x (1 + 7%)
=   10,700
High watermark ใหม่ หลังหักค่าธรรมเนียม (1,100,000-10,700)
=   1,089,300

ปีที่ 2 ขาดทุน

มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ สิ้นวันที่คำนวณค่าธรรมเนียม
=   900,000
High watermark (มูลค่าสินทรัพย์สุทธิสูงสุดที่ใช้ในการคำนวณครั้งก่อน)
=   1,089,300 (หลังหักค่าธรรมเนียม)
ค่าธรรมเนียม 0 x 10% x (1 + 7%)
=   0

ปีที่ 3 กำไร

มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ สิ้นวันที่คำนวณค่าธรรมเนียม
=   1,300,000
High watermark (มูลค่าสินทรัพย์สุทธิสูงสุดที่ใช้ในการคำนวณครั้งก่อน)
=   1,089,300 (หลังหักค่าธรรมเนียม)
ค่าธรรมเนียม (1,300,000 - 1,089,300) x 10% x (1 + 7%)
=   22,544.9

ภายหลังหักค่าธรรมเนียมตามกำไร มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ สิ้นวันที่คำนวณค่าธรรมเนียมนั้นจะกลายเป็นค่า high watermark ใหม่ ซึ่งจะถูกนำไปใช้คำนวณค่าธรรมเนียมตามกำไรครั้งต่อไป ดังนั้น ค่า high watermark จะถูกปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เพิ่มสูงขึ้น (พอร์ตการลงทุนทำกำไร) และค่า high watermark ที่สูงที่สุดเท่านั้นที่จะถูกนำมาใช้ในการคำนวณ

3. ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากสินทรัพย์ (Custodian fee)

เพื่อให้การบริหารสินทรัพย์มีความโปร่งใส เงินลงทุนของคุณจะอยู่ในการดูแลของผู้รับฝากสินทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากก.ล.ต. โดยจะคิดค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์ 0.025% ต่อปี คำนวณทุกวัน และเรียกเก็บเป็นรายเดือนสำหรับการลงทุนในประเทศไทย (ค่าธรรมเนียมรับฝากสินทรัพย์จะแตกต่างออกไปในแต่ละประเทศ) ค่าธรรมเนียมนี้จะคิดจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ณ สิ้นวันที่คำนวณค่าธรรมเนียม และอาจมีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

NAV 
=    มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันคำนวณ 
Custodian Fee
=    อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการต่อปี
N
=    จำนวนวันทั้งหมดใน 1 ปี
n
=    จำนวนวันทั้งหมด

ตัวอย่างวิธีการคำนวณค่าธรรมเนียมการรับฝากสินทรัพย์เป็นรายวัน

อาจมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ที่จะเรียกเก็บตามที่เกิดขึ้นจริง อาทิ ค่าอากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ค่าผู้ตรวจสอบบัญชี (ถ้ามี) เป็นต้น

หมายเหตุ ตัวอย่างการคำนวณข้อ 1-3 เป็นเพียงการแสดงวิธีคิดเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ค่าธรรมเนียมจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไข ของบริษัทฯ

ลงทุนสบายใจ กำไรชนะตลาด

Jitta จัดการให้

ลองใช้งานก่อนใคร
ลงชื่อรอใช้งาน