หลักการลงทุน

กลยุทธ์สร้างผลตอบแทนชนะตลาดของ Jitta Wealth

Jitta Wealth ช่วยทำให้การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ซึ่งเป็นการลงทุนในกิจการที่ดี และราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน ประหยัดเวลาและสะดวกสบายมากขึ้น ด้วยอัลกอริธึมเฉพาะของเราที่เรียกว่า Jitta Ranking ช่วยวิเคราะห์ คัดเลือกหุ้นดีราคาถูก ที่น่าลงทุนที่สุดในแต่ละประเทศให้กับคุณ

คุณควรจะกระจายความเสี่ยงลงทุนประมาณ 30 บริษัทในแต่ละครั้ง เฉลี่ยเงินลงทุนในแต่ละบริษัทเท่าๆ กัน (equal weight) เมื่อลงทุนไปแล้ว 365 วัน (หรืออย่างน้อย 90 วัน) ก็จะถึงเวลาปรับพอร์ต นั่นคือ การขายหุ้นที่ไม่ได้อยู่ใน Jitta Ranking แล้วออกไป และซื้อหุ้นใหม่ที่ติดอันดับต้นๆ ของ Jitta Ranking เข้ามาแทน เท่านี้พอร์ตของคุณก็จะเต็มไปด้วยหุ้นดีราคาถูก มีโอกาสเติบโตไปเรื่อยๆ

นี่คือหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้พอร์ตลงทุนของคุณงอกเงยขึ้นเรื่อยๆ อย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยี Jitta Wealth

ที่มาของ Jitta Ranking

นักลงทุนแนวเน้นคุณค่าอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ กลายเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก ไม่ใช่เพราะเขามีโชค แต่เป็นเพราะมุมมองด้านการลงทุนแบบช้าๆได้พร้าเล่มงาม เน้นผลตอบแทนระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น บัฟเฟตต์คิดว่าการลงทุนในหุ้นก็เหมือนการลงทุนในธุรกิจ ที่ต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนว่าธุรกิจที่จะร่วมเป็นเจ้าของนั้นมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีอนาคตไกลเพียงใด เพราะเมื่อลงทุนไปแล้ว จะรีบนำเงินนั้นออกมาไม่ได้ ต้องรอสักพักกว่าเงินก้อนนั้นจะงอกเงยพร้อมให้เก็บเกี่ยวกำไร การลงทุนในหุ้นก็เช่นเดียวกัน

นั่นทำให้บัฟเฟตต์เฟ้นหาหุ้นแต่ละตัวอย่างใจเย็นและพิถีพิถัน เขาไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดีเพียงเท่านั้น แต่ต้องเป็น "ธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่เหมาะสม" ด้วย จึงจะเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงสุด ฟังดูเป็นหลักการที่เรียบง่าย ทำตามได้ไม่ยาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนจำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านบัญชีและการเงินพอสมควร จึงจะสามารถวิเคราะห์งบการเงินของบริษัทได้เชี่ยวชาญ จนบอกได้อย่างมั่นใจว่าบริษัทไหนเป็นธุรกิจที่ยอดเยี่ยม และราคายังไม่แพงกว่ามูลค่าที่แท้จริง

ความซับซ้อนทำให้นักลงทุนหลายคนไม่สามารถทำตามแนวทางของบัฟเฟตต์ได้เต็มที่ พลาดโอกาสดีๆ และเผชิญกับการขาดทุนจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดอยู่เนืองๆ เพื่อทำให้การค้นหาธุรกิจที่ดี ในราคาที่เหมาะสมง่ายขึ้น Jitta จึงได้คิดค้นสูตรจัดอันดับหุ้นทั้งตลาดตามลำดับความน่าลงทุน เรียกว่า Jitta Ranking โดยลำดับของหุ้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ พื้นฐานของธุรกิจ หรือ Jitta Score และมูลค่าที่เหมาะสม หรือ Jitta Line

ค้นหาบริษัทที่ดีด้วย Jitta Score

Jitta จะคำนวน Jitta Score จากการอ่านงบการเงิน และข้อมูลการเงินที่สำคัญของบริษัท 10 ปี เพื่อดูความสามารถในการดำเนินงานและความยั่งยืนในการทำธุรกิจ โดย Jitta จะพิจารณา 5 ปัจจัยหลัก คือ โอกาสในการเติบโตของธุรกิจ ผลประกอบการในปัจจุบัน ความแข็งแกร่งทางการเงิน การสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น และความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ออกมาเป็นคะแนน Jitta Score ตั้งแต่ 0 ถึง 10 บริษัทที่ยอดเยี่ยมจะต้องมีคะแนนตั้งแต่ 8 ขึ้นไป ถ้าคุณมีโอกาสลงทุนในบริษัทที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ในราคาที่เหมาะสม เมื่อบริษัทขยายกิจการและเติบโตขึ้น เงินลงทุนของคุณก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

บริษัทที่ยอดเยี่ยมในมุมมองของ Jitta จะมีคุณสมบัติดังนี้

1
ขายสินค้าหรือบริการที่คนจำนวนมากต้องการ มีแบรนด์ที่เข้มแข็ง สามารถขึ้นราคาสินค้าได้เรื่อยๆ ทำให้สามารถเพิ่มรายได้และกำไรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ยาวนาน
2
ควบคุมค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจได้ดีกว่าคู่แข่ง มีการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) มากขึ้นเรื่อยๆเมื่อบริษัทขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ยากที่คู่แข่งใหม่ๆจะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดได้
3
ธุรกิจมีรายรับเป็นเงินสด มีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการที่สูง สามารถขยายธุรกิจได้โดยใช้เงินลงทุนที่น้อยมาก และ มีแบบแผนการขยายกิจการที่ชัดเจนและอนุรักษ์นิยม
4
ฐานะทางการเงินมั่นคง ไม่สร้างหนี้สินและกู้เงินมาลงทุนมากจนเกินกว่าที่ศักยภาพการทำธุรกิจของบริษัทจะรองรับได้ มีทรัพย์สินในส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวนมาก
5
ผู้บริหารมีมุมมองเดียวกับผู้ถือหุ้น และสร้างความมั่งคั่งเพิ่มเติมให้กับผู้ถือหุ้นอยู่ตลาดเวลา ผ่านทางการลงทุนขยายกิจการ การจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น และ การซื้อหุ้นของบริษัทคืนอย่างสม่ำเสมอ

ดูราคาที่เหมาะสมด้วย Jitta Line

Jitta จะคำนวณราคาที่เหมาะสมหรือมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น โดยมองที่ธุรกิจเป็นหลัก ไม่ได้อิงจากราคาหุ้นที่ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ หลักในการคำนวณ Jitta Line จะใช้วิธีคิดลดจากกระแสเงินสดและทรัพย์สินที่บริษัทสร้างได้เป็นสำคัญ โดยคิดเสมือนว่าถ้าหากคุณลงทุนซื้อทั้งบริษัทวันนี้ นี่คือราคาที่ควรจ่ายหากต้องการคืนทุนภายใน 10 ปี ตัวอย่างเช่น ถ้าหากบริษัทสามารถทำกำไรเป็นเงินสดได้ปีละ 1 ล้านบาทต่อเนื่องทุกปี มูลค่าที่เหมาะสม (ขั้นต่ำ) ของธุรกิจจะอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท

ดังนั้น เวลาซื้อธุรกิจที่ดี ก็ควรซื้อตอนที่ราคาซื้อขายยังต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม แล้วถือไปเรื่อยๆ เพราะในที่สุดแล้ว หากบริษัทสามารถคงความสามารถในการทำกำไรแบบนี้ ราคาซื้อขายก็จะปรับตัวขึ้นมาเท่ากับมูลค่าที่เหมาะสม และนี่คือวิธีสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน โดยไม่ต้องวิเคราะห์หุ้น หรือซื้อๆขายๆ ให้วุ่นวาย

หากต้องการดู Jitta Score และ Jitta Line ของหุ้นรายตัว สามารถดูได้ที่เว็บไซต์  Jitta.com

หลังวิเคราะห์ Jitta Score และ Jitta Line ของหุ้นทั้งตลาดแล้ว Jitta ก็นำหุ้นทั้งหมดเหล่านั้นมาจัดอันดับ ให้หุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน และมีโอกาสเติบโตที่ดี ขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ

เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสูตรที่เราคิดค้นขึ้น Jitta ได้เลือกหุ้น 30 อันดับแรกบน Jitta Ranking ทุกต้นปี แล้วถือหุ้นเหล่านั้นไว้จนครบ 12 เดือบ จากนั้นจึงปรับพอร์ต ซึ่งก็คือการขายหุ้นที่ไม่ติดอันดับต้นๆ ของ Jitta Ranking แล้ว เพื่อไปซื้อหุ้นที่ติดอันดับต้นๆ ของ Jitta Ranking ใหม่ ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน ทำซ้ำแบบนี้ทุกปีตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ผลการทดสอบพิสูจน์ว่า การลงทุนตามอัลกอริทึม Jitta Ranking ช่วยให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนสูงชนะดัชนีตลาดจริง ในขณะที่กองทุนกว่า 90% ไม่สามารถเอาชนะดัชนีตลาดได้ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ตามรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลของ Spiva (S&P Indices Versus Active) จัดทำโดย S&P Global

ดังนั้น เมื่อคุณลงทุนในหุ้น 30 ตัวแรกบน Jitta Ranking นอกจากคุณจะได้กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ทำให้พอร์ตไม่ผันผวนมากแล้ว คุณยังมั่นใจได้อีกว่า หุ้นที่คุณซื้อเป็นหุ้นที่น่าลงทุนที่สุด ณ เวลานั้น เพราะทั้งหมดมีพื้นฐานดี ราคาไม่แพง และมีโอกาสเติบโตสร้างกำไรให้คุณอีกมาก

ตารางแสดงผลตอบแทนรายปี

* ข้อมูลจากการทดสอบผลตอนแทนย้อนหลัง (backtest)

Jitta Wealth จึงนำแนวคิดการลงทุนตาม Jitta Ranking มาทำให้เป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม สำหรับคนทั่วไปที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีขึ้น แต่ไม่ต้องการเผชิญความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วย คุณสามารถสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนดั่งเช่นนักลงทุนแนวเน้นคุณค่า โดยไม่ต้องใช้เวลามากมายไปกับการวิเคราะห์หุ้น คิดว่าจะต้องลงทุนในหุ้นกี่ตัว ตัวละเท่าไหร่ หรือต้องคอยปรับพอร์ตด้วยตนเองทุกปี

ลงทุนอย่างสบายใจ

กำไรอย่างยั่งยืน